ปราสาทเขาพระวิหารและกัมพูชา

Posted on 2 มีนาคม 202029 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags ,

คดีปราสาทพระวิหารระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศไทยซึ่งสารยุติธรรมระหว่างประเทศหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าศาลโลกนั้นได้มีคำพิพาทษาเมื่อวันที่15มิถุนายนคริสตศักราช1962พุทธศักราช2505ให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของประเทศกัมพูชานับเป็นเวลาครบรอบ46ปีแล้วหลายคนที่ยังเกิดไม่ทันจึงยังไม่รู้และทราบในสภาพของสังคมในสมัยนั้นว่ามันมีประติกิริยาอย่างไรต่อผลของคำพิพาทษานี้

แม้ว่าคนไทยจำนวนมากจะเคยรับรู้เรื่องเหล่าของคดีพระวิหารมาบ้างแล้วก็ตามแต่รายละเอียดทั้งข้อเท็จจริงของคดีนี้ดูจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าไหร่นักเรื่องราวปราสาทพระวิหารก็ได้กลับมาเป็นที่สนใจของผู้คนอีกครั้งหนึ่งเมื่อปะเทศกัมพูชาได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการมรดกโลกยูเนสโกพิจารณาว่าปราสาทพระวิหารสมควรที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมดรกโลกตามอนุสัญญาเกี่ยวกับการปกป้องวัฒนธรรมโลกและมรดกธรรมชาติภายหลังของการตัดสินของศาลโลกรัฐบาลไทยในขณะนั้นโดยท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรันต์ นายกรัฐมนตรีได้ปราศรัยกับประชาชนคนไทย

มีความว่าพี่น้องรวมชาติและมิตรของข้าเจ้าทั้งหลายตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือที่เรียกว่าศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่15มิถุนายนพุทธศักราช2505ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของประเทศกัมพูชาและทางรัฐบาลได้ออกแถลงมาให้พี่น้องทราบเป็นลำดับนั้นรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเฉพาะของตัวข้าพเจ้าถือว่าเรื่องนี้มีความสำคัญยิ่งเพราะมันเป็นที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติอันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทยซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มาฝ่าผ่าคมอาวุธรักษาไว้

และตกทอดมาถึงรุ่นเราเนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นที่สะสะเทือนใจพี่น้องทั้งหลายข้าพเจ้าทราบดีว่าในส่วนลึกและหัวใจแล้วคนไทยผู้รับชาติทุกคนมีความเศร้าใจแสดงออกึงประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศเพื่อคัดคานคำพิพาทษาของโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นสิ่งที่ได้เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้วทั้งนี้มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจชาติไทยยอดทอดแท้ไม่ได้เราเคยสูญเสียประเทศมหาอำนาจที่ล่าอนานิคมมาแล้วหลายครั้งหากบรรพบุรุษของเรายอกท้อแท้เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้

เราจะต้องหาวิธีการสู่ต่อไปสำหรับกรณีปราสาทเขาพระวิหารซึ่งสารโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนันข้าพเจ้าได้ข้อทบทวนความเข้าใจกับเพื่อนรวมชาติทั้งหลายว่ารัฐบาลและประชาชนชาวไทยไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลกทั้งในข้อเท็จจริงกฏหมายระหว่างประเทศและหลักความยุติธรรมเมื่อเป็นดั้งนี้แม้รัฐบาลและประชาชนชาวไทยจะได้มีความรู้สึกเสียใจและเศ้ราใจเพียงใดในฐานะที่ประเทศไทยนั้นได้เป็นสหประชาชาติ

ตำนานพญานาคทั้ง สี่ตระกูล

Posted on 1 มีนาคม 202029 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags

ตามคำเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่ในภาคอีสานเชื่อว่าพญานาคมีอยู่จริง โดยมีความเชื่อกันว่าพญานาคนั้นเป็นกึ่งสัตว์กึ่งเทพ จัดอยู่ในตระกูลเดียวกันกับงู บ้างมีนิสัยดี จนไปถึงค่อนข้างดุร้าย แม้ว่าจะมีผู้พรรณนาลักษณะพญานาคกันมากมาย แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็นพญานาคจริงจริงสักที ที่จะเห็นกันส่วนใหญ่ก็จะเห็นมาจากการนิมิตหรือในความฝันเท่านั้น 

พญานาคเป็นสัตว์ที่มีกายทิพย์และเป็นสัตว์ทีมีที่อยู่อาศัยเป็นทิพย์ และมีฤทธิ์ธานุภาพมาก และจะมีพิษที่มีอนุภาพรุนแรงมาก เชื่อว่าพญานาคนั้นมีพิษมากกว่า 64 ชนิดและมักจะมีการคายพิษไว้ในที่ที่เร้นลับทุกทุก 15 วันเนื่องจากหากไม่คายพิษ พิษจะอยู่ในร่างกายมากเกินไปและพญานาคนั้น

เมื่อสิ้นอายุขัยก็จะกลับคืนสู่ร่างเดิมโดยขดตัวเป็นบันลังเรียกว่านาคบันลังหรือนอนราบเหยียดยาวสภาพร่างกายก็จะกลายก็จะกลายเป็นหินโดยทีร่างกายไม่ย่อยสลายเหมือนกับร่างกายของซากสัตว์อื่นอื่นทั่วไป และมักจะพบร่างกายของพญานาคอยู่ในถ้ำลึกหรือยู่ใต้แม่น้ำขนาดใหญ่แต่หากเป็นพญานาคในตระกูลสูงที่มีญาณบารมีแก่กล้าเมื่อสิ้นอายุขัยร่างกายก็จะแตกดับและสลายไปในทันที

ซึ่งตามที่มีการบันทึกเอาไว้ในพระไตรปิฎกและจากนิทานปรัมปราและจากนิทานที่มีการกล่าวถึงพญานาค  พญานาคจะฤทธิ์ธานุภาพและมีถิ่นที่อยู่อาศัยแตกต่างกันรวมถึงจำนวนพญานาคในแต่ละตระกูลก็ยังมีมากน้อยแตกต่างกันอีกด้วยโดยเราสามารถแบ่งตระกูลพญานาคได้เป็น 4 ตระกูลใหญ่ใหญ่ดังนี้คือ

  1. พญานาคตระกูลสีทอง หรือที่เราเรียกว่าตระกูลวิรูปักษ์ ถือเป็นพญานาคตระกูลชั้นปกครองซึ่งเป็นตระกูลที่เป็นชั้นที่สูงที่สุด และมีการถือกำเนิดแบบเกิดแล้วโตทันทีแบบเทวดาหรือนางฟ้า และกินอาหารทิพย์และมีที่อยู่บนทิพย์วิมารสวนใหญ่มีที่อยู่อาศัยบนฟ้า
  2. พญานาคตระกูลสีเขียวหรือตระกูลเอราปัถถะ ถือว่าเป็นพญานาคตระกูลสูงเช่นเดียวกัน แต่การถือกำเนิดจากเกิดมาจากฟองไข่ และจะอาศัยอยู่ในบาดาลในถ้ำลึก พญานาคตระกูลนี้ถือได้ว่าเป็นพญานาคที่พบเห็นได้มากที่สุด เพราะชอบขึ้นมาบนโลกมนุษย์บ่อยบ่อย
  3. พญานาคตระกูลสีรุ้ง หรือตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคตระกูลนี้เกิดมาจากการตั้งครรภ์ มีถิ่นที่อยู่อาศัยในป่าลึกหรือใต้ดิน สำหรับพญานาคตระกูลนี้จะมีหลายสี เช่น ขาว แดง ส้มและสีรุ้ง
  4. พญานาคตระกูลสีดำหรือตระกูลกัณหาโคตรมะ ถิ่นกำหนดจะมาจากสิ่งหมักหมม ไม่ถูกจัดว่าเป็นพญานาคชั้นสูงแต่ก็มีฤทธิ์เหมือนกับพญานาคตระกูลอื่นอื่นเหมือนกัน และเป็นตระกูลที่มีลำตัวใหญ่ที่สุดและไม่ค่อยมีใครเคยเห็น

การรับขันธ์คืออะไรมันจำเป็นไหม 

Posted on 29 กุมภาพันธ์ 202028 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประเพณีTags

เรานั้นเชื่อว่าต้องมีหลายคนนั้นเคยที่จะไปดูหมอดูตามสำนักต่างๆหรือว่าตามร่างทรงต่างๆที่เรานั้นเคยพบเห็นหรือว่าเคยเจอที่บางสำนักนั้นให้เรานั้นเข้าไปรับขันธ์หรือว่าเข้าไปทำพิธีการรับขันธ์เพื่อที่ว่าจะทำให้เรานั้นดีขึ้นบ้าง เพื่อที่จะให้เรานั้นหายจากโรคที่เรานั้นเป็นบ้างเพราะว่าเรานั้นไปรักษาตามหมอหลวงนั้นก็รักษาไม่หาย  หรือว่าเพื่อที่จะให้เรานั้นได้สมความปรารถนาบ้าง ให้เราได้สิ่งที่เรานั้นต้องการ 

คราวนี้เรานั้นจะมาบอกมาเล่าว่าการที่เรานั้นต้องรับขันธ์ที่แท้จริงแล้วคืออะไร  เป็นพิธีกรรมและมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งวันนี้เรานั้นจะมาเล่าหรือว่ามาให้ท่านนั้นได้อ่านว่าคืออะไรเพื่อที่ท่านหลายๆคนจะได้เข้าใจในพิธีกรรมนี้ให้มากขึ้นเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองในอนาคตให้มากขึ้น  

       ขันธ์ในทางศาสนานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการที่เรานั้นแยกออกมาเป็น 5 กอง  คือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งเรียกได้ว่า ขันธ์ 5 หรือขันธ์ทั้ง 5 ซึ่งขันธ์  5 ซึ่ง ขันธ์ 5 นั้นก็คือร่างกายกับจิตใจของเรานี่เอง   

พิธีในการที่เรานั้นรับขันธ์ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามก็แล้วแต่การที่เรานั้นจะไปถวายภาชนะในการที่เรานั้นจะไปเป็นศิษย์รูปแบบหนึ่งโดยการที่เรานั้นถวาย (  พาน หรือ ขันเงิน ขัน ทอง )ซึ่งจะมาพร้อมกับเครื่องบูชาต่างๆ อย่างเช่น ดอกไม้ ธูป เทียน ห่อด้วยใบตอง หรือไม่ห่อ ตามที่ครูนั้นบอกซึ่งก็แล้วแต่ว่าสำนักไหนนั้นจะต้องการแบบไหน  ซึ่งโดยแต่ละพานนั้นจะมีเครื่องหมู่บูชาเหล่านี้เสมือนกับเป็นขันธ์ 5 ของเรา เมื่อเรานั้นนำไปถวายให้ใครนั้นเราจะไปเป็นลูกศิษย์ หรือว่าเป็นการที่เรานั้นไปถวายประมาณนั้นว่า เรานั้นมอบกายถวายชีวิต  ให้กับผู้นั้นแล้ว โดยทั่วไปแล้วการที่เรานั้นไปถวายเป็นศิษย์ ครูบาอาจารย์นั้นก็ต้องบอกว่าลูกศิษย์เกี่ยวกับข้อห้าม ข้อกำหนด ของแต่ละสำนักให้กับลูกศิษย์  

        ทีนี้เรานั้นต้องกลับมาถามตัวเองว่าหากเรานั้นรับขันธ์ก็ตาม  เราต้องดูให้ดีว่าคนที่เรานั้นจะรับขันธ์นั้นเป็นคนที่มีคุณธรรมหรือไม่  เพราะว่าการที่เรานั้นแต่งแค่ชุดขาว แต่ว่าไม่รักษาศีลนั้นก็มีอยู่มาก ถ้าหากว่าเรานั้นไปรับขันธ์จากคนที่ไม่มีคุณธรรมนั้นแต่ว่าเขานั้นต้องการที่จะมีบริวารเอาไว้   และในขันธ์นั้นก็อาจจะมีเส้นผมของผีที่ตายโหง หรือว่าเป็นสิ่งที่อัปมงคล ซึ่งจะมีผีที่ตายโหงนั้นคอยดลจิตดลใจให้ใจของคุณนั้นไปปรนเปรอ และเมื่อสิ่งนี้นั้นจะนำพาความตกต่ำนั้นมาสู่ชีวิตของเราได้   

การทำบุญไหว้พระ

Posted on 28 กุมภาพันธ์ 202028 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประเพณีTags ,

อิ่มบุญ สุขใจ ใกล้กรุง กับทริปไหว้พระ 9 วัดที่จังหวัดนครปฐม

           สมัยนี้การทำบุญไหว้พระ  หากมีเวลาผู้คนส่วนมากก็มักจะจัดทริปไหว้พระภายในวันเดียว 9 วัดเพราะมีความเชื่อกันว่าหากใครก็ตามที่สามารถไหว้พระครบ 9 วัดได้ภายในวันเดียว พรคำขอ ที่ขอไปจะประสบสมหวังดังที่ตั้งใจ วันนี้เราจะพาไปเที่ยวไหว้พระ 9 วัดที่จังหวัดนครปฐมกันค่ะเพราะทีนี่เดินทางมาสะดวกใกล้กรุงเทพ และวัดที่นี่ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียง มาดูกันว่ามีวัดไหนบ้าง

  1. วัดไร่แตงทอง  ที่วัดแห่งนี้จะหลวงพ่อที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คน มักจะพากันมากราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ รูปหล่อหลวงปู่หลิวนั่งหลังเต่าเรือน  ซึ่งท่านคืออดีตเจ้าอาวาสของวัดไร่แตงทองแห่งนี้นั่นเอง ผู้ต่างจะเดินทางมาขอโชคลาภที่นี้และเน้นเรื่องไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ โดยจะมีการลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือนทองเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
  2. พุทธมณฑล ที่นี่จะมีพระพุทธรูปปางลีลา ยืนเป็นพระประธานด้วยความสูงมากถึง 15.875 เมตร  โดยเป็นสถานที่สำคัญที่ทางรัฐบาลร่วมมือกับกลุ่มชาวบ้านประชาชน ช่วยกันสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500  โดยสร้างเพื่อเป็นการฉลองการครบรอบ 2500 ปีที่ศาสนาพุทธยังมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่
  3. วัดบางพระ สำหรับวัดนี้เป็นที่นิยมมากของนักสักยันต์ และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมายาวนาน มีสถานที่สำคัญหลายจุดให้เข้าไปกราบไหว้ขอพร
  4. วัดไร่ขิง  หากเอ่ยชื่อนี้ออกมาคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะที่นี่โด่งดังมากในตอนนี้เกี่ยวกับการให้หวยแม่น วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่มีการสร้างมานานแล้วโดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน
  5. วัดกลางบางแก้ว เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนอีกเหมือนกัน  เมื่อก่อนชื่อวัดคงคามรามและมีการเปลี่ยนใหม่ ซึ่งที่นี่จะมีพระประธานที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก โดยคาดกันว่าถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
  6. วัดศีรษะทอง  ที่วัดแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างมาจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นคนลาวที่อพยพหนีสงครามมาจากเวียงจันทน์ ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นร่วมใจกันสร้าง และวัดนี้ผู้คนจะนิยมเดินทางมาทำบุญและไหว้พระราหู
  7. วัดพระประโทณเจดีย์  ที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่เก่าแก่มายาวนาน และยังมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุที่วัดแห่งนี้เป็นจำนวนมากอีกด้วย
  8. วัดไผ่ล้อม  สำหรับวัดนี้เป็นอีกวัดที่มีชื่อเสียง ทุกคนต่างรู้จักและอาจจะเคยเดินทางมากราบไหว้ โดยที่วัดแห่งนี้จะมี อดีตเจ้าอาวาสที่ท่านละสังขารไปแล้ว แต่ลูกศิษย์ยังคงเก็บสังขารของท่านใส่โลงแก้วไว้อยู่ซึ่งสังขารของท่านยังไม่ผุ ไม่เน่า
  9. วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร  เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวนครปฐมเคารพนับถือ  และที่นี่ยังมีเจดีย์ขนาดใหญ่และติดอันดับความสวยงามของโลกด้วย

จะเกิดอะไรขึ้นหลังจาก1,000ปีที่แล้ว

Posted on 25 กุมภาพันธ์ 202025 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประวัติและตำนานTags

อนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์และโลกอันเป็นที่รักยิ่งของเราจะเป็นอย่างไร

หลังจากที่ได้มีการวิจัยของเหล่านักวิทยาศาสตร์ก้ได้ทำนายเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตตั้งแต่1000ปีและมันจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากพันปี 1000ปีหลังจากนี้ภาษาจะมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วการพูดได้ภาษาเดียวมันอาจจะเอาตัวรอดได้ยากดาวแกมมาเซเฟย์จะมาแทนที่ดาวโพลาลิตรดังนั้นเราจะมีดาวเหนือดวงใหม่ 2000ปีต่อมาแผ่นน้ำแข็งจะละลายอย่างสมบูรณ์ด้วยภาวะโลกร้อนที่รุนแรงถึง8องศาเซนติเกรดน้ำแข็งกรีนแลนด์จะถูกละลายและระดับน้ำของทะเลจะสูงขึ้นถึงประมาณ6เมตร คุณรู้หรือไม่ว่าในปี5125 นั้น

มันเป็นปีที่สิ้นสุดของปฏิทิน มายัน และตามความเชื่อของชาวมายันเมื่อปฏิทินได้มีการสิ้นสุดมันจะเป็นวันที่โลกจะต้องโลกาวินาศอีกครั้งหากเรารอดชีวิตมาได้จากนั้นในอีกประมาณ20,000ปีเราจะปลอดภัยจากการแผ่ลังสีของอุบัติเหตุนิวเคลียร์ จากนั้น50,000ปีนับจากนี้น้ำตกจะหายไปส่วนที่เหลือห่างออกไปประมาณ32กิโลเมตรไปยังทะเลสาบอิรีจะเกิดการกัดเซาะตามธรรมชาติของเวลาและมันจะไม่มีน้ำตกอีกต่อไปน้ำแข็งกรีนแลนด์จะละลายอย่างสมบูรณ์ด้วยภาวะโลกร้อนในระดับที่ปานกลางบวก2องศาเซนติเกรด100,000ปี

นับจากนี้ไทเทเนียมในแมคบุ๊คของคุณจะเริ่มมีความสึกก่อนอาจจะมีการระเบิดของภูเขาไฟระดับ8ซึ่งมันเป็นค่าสูงสุดในดัดชณีหรือดาวเคราะห์น้อยที่มีการเปลี่ยนแปรงสภาพภูมิอากาศขนาดใหญ่มันอาจจะมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อโลกของเราดวงดาวในท่องฟ้าจะมองดูแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากการเคลื่อนที่ของโลกผ่านแกนแล็คซี่และใน500,000ปีต่อมาเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วในเครื่องประติกรในปัจจุบันจะปลอดภัยในที่สุดอากาศหนาวจะเริ่มทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นแล้วทั่วโลกจะเกิดการแช่แข็งไปทั่วโลกใน1,000,000ปี

ต่อมาแก้วหรือกระจกที่ได้สร้ามันขึ้นมาในวันนี้จะเสือมสภาพลงในที่สุดโครงส้รางหินที่มีขนาดใหญ่เช่นพีระมิดแห่งกีซ่าหรือประติมากรรมบนภูเขารัชมอร์มันอาจจะยังคงมีอยู่นอกจากนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะหายไปนักวิจัยบางคนเสนอว่าในอีก5,000,000ปีฮอร์โมนในเพศชายจะหายไปดังนั้นนี้อาจจะเป็นจุดจบของมนุษยชาติในอนาคตและในอีก50,000,000ปีต่อจากนี้ทวีปทวีปแอนตาร์กติกาจะชนเข้ากับทวีปยูเรเชียทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ได้อยู่ระหว่างกลางของโลกจะถูกปิดและมันจะกลายมาเป็นเทือกเขาที่มันคล้ายกับเทือกเขาหิมาลัยทวีปแอนตาร์กติกาน้ำแข็งจะเคลื่อนตัวไปทางเหนือและได้ละลายลงจึงทำให้ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นถึง75เมตร

ประเพณีแปลกๆที่โลกต้องตะลึง 

Posted on 22 กุมภาพันธ์ 202022 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประเพณีTags

เทศกาลประกวดความงามของผู้ชาย เป็นเทศกาลของชนเผ่าวูอาเบะ ที่ใช้ผู้ชายมาโดยที่คนที่จะเข้าประกวดนั้นจะต้องทำตัวเองให้น่าประทับใจจะต้องมีการแต่งหน้าเขียนตาให้ดูแล้วดึงดูดความสนใจ

ข้อห้ามหลังแต่งงาน เป็นพิธีกรรมของหมู่บ้านทิดงประเทศอินโดนิเซียโดยมีข้อห้ามว่าชายหญิงที่มีการแต่งงานกันไปห้ามปัสสาวะและอุจจาระเป็นเวลาสามวันด้วยกันแต่ก็จะมีการกินข้าวกินน้ำ เป็นการปกติโดย ครอบครัวของทางทั้งสองฝ่ายนั้นจะเป็นการจับตาดูเป็นอย่างดีเพราะมีความเชื่อว่าหากทำไม่สำเร็จชีวิตคู่หลังจากนี้ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จหรือจะมีมาลมาผจญ

ออกล่าในตอนกลางคืน  เป็นประเพณีของมนุษย์ภูฐานโดยจะให้ผู้ชายแอบย่องเข้าไปหาผู้หญิงที่ตนเองรักหรืออาจจะไม่รู้จักมาก่อนก็ได้เพื่อจะมีอะไรกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฝ่ายหญิงจะต้อง ยินยอมทุกครั้งไม่เช่นนั้นอาจจะถูกจับในข้อหาคมคืนทันทีแต่ถ้าหากเกิดมีความผิดพลาดในการท้องเกิดขึ้นแต่ผู้หญิงไม่อยากแต่งงานผู้ชายจะต้องจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด

เทศกาลแห่ลึงค์ เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นที่ญี่ปุ่นเป็นพิธีกรรมของศาสนาชินโตโดยผู้คนจะพากันมาแห่ลึงค์ เพราะมีความเชื่อว่าถ้าหากเกิดว่าทำแล้วนั้นจะมีความสุขในชีวิตของชีวิตคู่และการคลอดลูกง่ายหรือชีวิตจะไม่มีปัญหาใดใดมารบกวนหรือมีการรบกวนจิตใจ

ทำความสะอาดศพ พิธีกรรมนี้เกิดขึ้นที่มาดังสตาร์ทก้าในช่วงเดือน ของกรกฎาคมและกันยายนสำหรับครอบครัวที่มีคนตายจะนำกระดูกนำมาห่อผ้าขาวและทำการทำความสะอาดเพราะมีความเชื่อกันว่าหากทำแล้วจะเป็นการขอพร เป็นการขอคำแนะนำจากคนตาย

สวมถุงมือมดทั้งรัง นั่นก็คือเป็นประเพณีของชนเผ่า อัมมารโซเนี่ยนโดยผู้ชายจะต้องใส่ถุงมือที่ข้างในนั้นเต็มไปด้วยมดกระสุนที่กัดเจ็บมากเหมือนกับโดนยิงเป็นเวลา 10 นาทีพร้อมกับเต้นไปด้วยกันทำอย่างนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ในความเป็นชายที่อยู่ในตัวของคุณ

เทศกาลถ่ายไทพูสม เป็นเทศกาลของชาวอินดูโดยภายในงานจะมีการโชว์ความหวานเสียวของแต่ละคนเช่นนำเหล็กแหลมเพื่อนมาทิมแทงหรือน้ำต้องขอมาเกี่ยวผิวหนังซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงถ้าคุณแน่จริงซึ่งเทศกาลนี้ก็คล้ายๆกับเทศกาลของ การกินเจของชาวไทยโดยจะมีการโชว์หวาดเสียวตอนทำพิธีการ

กินเนื้อมนุษย์  เป็นประเพณีของชนเผ่าย่าโมมามิที่มีความเชื่อกันว่าถ้านำศพของคนตายเพื่อนำมากินจะทำให้คนตายนั้นไปสู่ภพภูมิที่ดีและมีความสงบสุขแต่หากว่าถ้ามีคนใดคนหนึ่งในครอบครัวไม่ได้กินก็จะมีการนำกระดูกในส่วนที่เหลือเพื่อนำมาต้มเพื่อทำน้ำส้มให้กินแทน

ชนเผ่ากะเหรี่ยง

Posted on 16 กุมภาพันธ์ 202016 กุมภาพันธ์ 2020Categories ประเพณีและตำนานTags

ชนเผ่ากะเหรี่ยง หรือ ปกาเกอะญอ

ชนเผ่ากะเหรี่ยง หรือ ปกาเกอะญอ กะเหรี่ยงเป็นชนเผ่าที่จัดได้ว่ามีหลายเชื้อสาย หลายภาษา มีการเชื่อในศาสนาที่แตกต่าง แม้กระนั้นกะเหรี่ยงเริ่มแรกจะเชื่อถือผี เชื่อเรื่องต้นไม้ป่าใหญ่ วันหลังหันมาเชื่อถือพุทธ คริสต์ ฯลฯ กะเหรี่ยง มีภูมิลำเนาตั้งอยู่ที่ประเทศพม่า แต่ว่าภายหลังถูกรุกรานจากการศึก ก็เลยมีกะเหรี่ยงที่ย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่เมืองไทย แบ่งออกได้เป็น 4 จำพวก แบ่งได้กลุ่มย่อย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตนเองว่า ปากะญอ หมายคือคน หรือมนุษย์นั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเป็นกรุ๊ปที่มีเยอะมากที่สุด มีภาษาสุภาพเป็นของตัวเอง โดยมีมิชชั่นเป็นคนคิดค้นปรับเปลี่ยนมาจากตัวอักษรประเทศพม่า ผสมภาษาโรมัน กลุ่มนี้หันมาเชื่อในศาสนาคริสต์เป็นส่วนมาก กะเหรี่ยงโปร์นั้นเป็นกรุ๊ปที่ค่อนข้างจะครัดเคร่งในจารีตประเพณี อาศัยอยู่มากมายที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็แถบตะวันตกของเมืองไทย เป็น กะเหรี่ยงบเว อาศัยอยู่มากมายที่อำเภอขุนยวม แม่ฮ่องสอน ส่วนปะโอ หรือโคนงสูก็มีอยู่บ้าง แม้กระนั้นเจอน้อยมากในประเทศไทย

ภาษา

กะเหรี่ยงแต่ละเผ่ามีภาษาพูด แล้วก็ภาษาสุภาพเป็นของตัวเอง โดยการดัดแปลงแก้ไขมาจากตัวอักษรประเทศพม่า ผสมอักษรโรมันวิถีชีวิต และก็ลักษณะบ้านช่อง

ลักษณะบ้านเมืองของกะเหรียงวิถีชีวิตด้านอาชีพ

ถืออาชีพที่มีอิสรภาพ กะเหรียงดั้งเดิมโดยมากจะดำรงชีพทำไร่ ทำไร่ทำนา อยู่ตามป่าตามเขา ปลูกผักสวนครัวตามฤดูกาล ส่วนสัตว์เลี้ยงก็จะเลี้ยงไว้เพื่อเป็นของกินมากยิ่งกว่าการขาย ดำเนินชีวิตแบบพึ่งป่าพึ่งน้ำอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่

ลักษณะบ้านเรือน

ลักษณะอาคารบ้านเรือนของกะเหรี่ยงนั้นนิยมสร้างเป็นบ้านยกพื้นสูง มีนอกชาน เล็กน้อยก็ตั้งบ้านเรือนบนที่ราบเหมือนกันกับชาวที่ราบทั่วๆไป แม้กระนั้นส่วนใหญ๋แล้วชาวะเหปรี่ยงจะตั้งหลักแหล่งเป็นหลักแหล่งถาวร ไม่ย้ายที่อยู่เสมอๆ คนดอยมีขนบธรรมเนียมที่เกี่ยวพันกับกระบวนการทำพิธีการเลี้ยงผี เส้นไหว้วิญญาณ ด้วยการต้มสุรา ฆ่าไก่ – แกง และก็ผูกมือผู้ร่วมพิธีการด้วยฝ้ายดิบ ซึ่งเกี่ยวกัน ขนบธรรมเนียมอื่นๆเช่น เพศหญิงจะเป็นผู้เลือกคู่ครอบครองเอง เจ้าสาวควรต้องทอเสื้อผ้า กางเกง กระเป๋าไว้ให้เจ้าบ่าว อีกทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องฆ่าหมูฆ่าไก่เพื่อประกอบพิธีบาปบอกต่อผีบรรพบุรุษรวมทั้งเป็นของกินรับรองแขก สมรสแล้วข้างชายจำเป็นต้องมาอยู่บ้านข้างหญิง 1 ฤดูเก็บเกี่ยว ก่อนแยกไปปลูกเรือนใกล้กัน เรื่องราวของการสู่ขอ (เอาะ เฆ) ของกะเหรี่ยง มีลักษณะดังต่อไปนี้เมื่อเป็นที่ยอมรับแล้วว่าหญิงชายรักรู้สึกชื่นชอบกัน บิดามารดารวมทั้งวงศาคณาญาติของข้างหญิงก็จะส่งคนไปพบข้างชาย เพื่อซักถามให้มั่นใจว่าข้างชายรัก แล้วก็ยินดีที่จะสมรสกับข้างหญิงใช่หรือไม่ ถ้าเกิดข้างชายรักชื่นชอบกัน แล้วก็ยอมที่จะสมรสกับข้างหญิง ก็จะมีการนัดแนะวันเวลาจัดงานแต่งงานกันณ ตอนนั้น (ตามหลักจารีตประเพณีกะเหรี่ยงข้างหญิงต้องเป็นข้างไปขอข้างชาย)เมื่อข้างชายตกลงใจว่าจะสมรสกับข้างหญิงและก็นัดวันเวลาสมรสที่แน่ๆแล้วข้างชายก็ส่งเถ้าแก่ไปประกอบพิธีหมั่นหมาย (หนาเตอะ บ๊วย) ข้างหญิงก่อนวันสมรสในพิธีการข้างหญิงจะฆ่าไก่ 2 ตัว ในการู่ทำครัวเพื่อเลี้ยงต้อนรับเถ้าแก่ของ่ข้างชายแล้วก็วันพรุ่งนี้ก็จะนัดแนะวันเวลาท ี่ข้างชายรวมทั้งเพื่อนฝูงๆจะมาหาข้างหญิงเพื่อทำพิธีสมรสต่อไป