เรื่องราวของประวัติศาสตร์ ที่บางท่านอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

Posted on 13 พฤษภาคม 2022Categories ประเพณีและตำนานTags ,

เรื่องราวของประวัติศาสตร์ สำหรับคนไทยที่อยู่ในสมัยอยุธยาพวกเขานั้นจะไม่มีนามสกุล โดยสมัยนั้นจะใช้แต่ชื่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น พาด ผิน ไม้ เป็นต้น ถ้าหากว่าต้องการที่จะระบุว่าคนที่นั้น ว่าเขาคือคนไหนกัน ซึ่งเขาจะทำการระบุโดยอาศัยท้องถิ่นที่เขาเหล่านั้นอาศัยอยู่ ยกตัวอย่าเช่น ผิน หนองอ้อ ไม้ป่ายาง

 

หรือจะเป็นการระบุเถือกเถา เหล่ากอ ยกตัวอย่างเช่น ไอ้ไม้ลูกตาสอน เป็นต้น ต่อเมื่อจะมียศหรือว่าจะมีศักดิณาเท่านั้น ถึงจะได้มีชื่อเรียกหรือว่าตำแหน่งยาวๆ ที่ไพเราะ แต่ว่ากะนั้นก็จะทำการวงเล็บที่เก่าเอาไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งพวกผู้คนจะได้รู้ว่าบุคคลเหล่านั้นคือใคร ยกตัวอย่างเช่น เจ้าพระยาโกษาธิบดี ( เหล็ก ) เป็นต้น

สำหรับคนไทยของเรานั้น พึ่งจะมีนามสกุลเอาไว้ใช้  เมื่อสมัยของรัชกาลที่ 6 ของเรานี่เอง โดยชาวที่เป็นชาวตะวันตกที่ได้เข้ามาเอเชียของสมัยอยุธยา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกลูกคนรอง เนื่องจากว่าตามธรรมเนียมแล้วนั้น มรดกและทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะเป็นของลูกที่เกิดจากคนแรก หรือที่เรียกว่าลูกคนโตนั่นเอง

โดยพวกลูกคนรองทั้งหลาย จึงนิยมที่จะออกมาเสี่ยงโชคกัน มากกว่าที่พวกเขาจะทนจมปรักอยู่ที่บ้าน ส่วนทางด้านชาวญี่ปุ่นที่เขามาในสมัยอยุธยา เป็นโรนินชาวคริสต์  ที่ได้หนีการกวาดล้างของคนต่างศาสนา บนแผ่นดินของแผ่นดินแม่ นอกจากนั้นยังได้เข้ามาเป็นกองกำลังอาสา เช่นเดียวกับกองกำลังอาสาอื่น ๆ อีกมากมาย ในอยุธยา

ดังนั้นเวลาที่มีสงคราม ทหารในกองทัพของทุก ๆ ที่ จึงมีลักษณะเป็นกองกำลังผสม คือมีทั้ง คนไทย มีกองอาสามอณ เป็นแนวหน้าทะลวงฟัน โดยจะมีคนแม่นปืนชาติโปรตุเกศ และยังมีกองทหารลาว ทหารเขมร ล้านนา แขกเปอร์เซีย ญี่ปุ่น และก็อีกมากมายที่ไม่ได้เอ๋ย ผสมปนเปย์กันอยู่ในทุก ๆ กองทัพ 

ในยุครุ่งเรืองกรุงศรีอยุธยามีสภาพ เป็นเมืองท่านานาชาติ ที่มีผู้คนที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติอาศัยกันอยู่ โดยจะมีตั้งแต่ คนไทย มอณ พม่า เขมร จีน มาลายู ญี่ปุ่น เป็นต้น จดหมายเหตุของลาลูแบร์ ได้ระบุ ว่าอยุธยาในช่วงที่เขาเข้ามานั้น มีผู้คนอบู่กับปะปนกันมากกว่า 40 ชาติ นอกจากนั้นจำนวณประชากรยังมีมากกว่า 2 แสน คน

 คนในอยุธยาใช้ภาษาโปรตุกีสเป็นภาษากลาง ในการติดต่อกับฝรั่งชาติตะวันตก เรื่องนี้บาทหลวงเดเชอซี ได้ทำการบันทึกเอาไว้ว่า ระหว่างลงเรือเดินทางรอนแรมมาที่อยุธยานั้น บาทหลวงและชาวคณะ ต้องเรียนภาษาโปรตุกีสนานถึงแปดเดือน เผื่อจะได้นำไปใช้สื่อสารกับชาวอยุธยาโดยภาษาโปรตุกีสเป็นภาษากลางที่เอาไว้ใช้ในการสื่อสาร ระหว่างชาวอยุธยากับชาวฝรั่ง เรื่อยมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ถึงได้เป็นมาเป็นภาษาอังกฤษ

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์บาทละ 1000

ตำนาน พญาครุฑพญานาค

Posted on 11 สิงหาคม 2021Categories ตำนานTags ,

           เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักและเคยเห็นพญาครุฑกันมาบ้างถึงแม้พญาครุฑหากเปรียบเทียบกับพญานาคแล้ว พญาครุฑพญานาค จะมีชื่อเสียงโด่งดังน้อยมากกว่าแต่ถ้าหากดูตามหลักการใช้งานแล้วตามสัญลักษณ์ตราของราชการต่างๆรวมถึงการทำพาสปอร์ตเรามักจะเห็นตาที่มีสัญลักษณ์เป็นพญาครุฑนั่นเอง  

    หรือแม้แต่ตามวัด ตามโบสถ์นั้นเราก็มักจะเห็นภาพของ พญาครุฑพญานาค บางที่เรามักจะเห็นรูปภาพพญาครุฑวาดคู่กับภาพพญานาคซึ่งส่วนใหญ่แล้วรูปภาพทั้งสองจะไม่ค่อยถูกกันเช่นบางรูปจะมีสัญลักษณ์เหมือนกับพญาครุฑกำลังจะฆ่าพญานาคซึ่งสาเหตุที่รูปส่วนใหญ่ที่เราเห็นว่าพญาครุฑมักจะฆ่าพญานาคหรือพญาครุฑกับพญานาคไม่ถูกกันนั้นนั่นก็เพราะว่าในอดีตกาลมีตำนานเล่าว่าอันที่จริงแล้วพญาครุฑและพญานาคนั้นคือพี่น้องพ่อคนเดียวกันซึ่งพ่อของพญาครุฑกับพญานาคนั้นเป็นฤาษีตนหนึ่งชื่อว่าวัตกัสสปะ 

     โดย ฤาษีตนนี้เป็นฤาษีที่มีเมียมากแต่มีเมียที่ท่านรักมากที่สุดอยู่สองคนด้วยกันนั่นก็คือแม่ของพญาครุฑและแม่ของพญานาคนั่นเอง โดยแม่ของพญาครุฑกับพญานาคนั้นเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ค่อยจะถูกกันเพราะว่าต่างก็ต้องการแย่งความรักจากฤาษีอยู่มาวันหนึ่งทั้งสองพี่น้องนั้นเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาพร้อมกันฤาษีจึงจะให้พรโดยให้แม่ของพญาครุฑและแม่ของพญานาคนั้นมาขอพรได้คนละ 1 ข้อ โดยแม่ของพญานาคได้ขอพรกับพระฤาษีว่าขอให้ตนเองนั้นมีลูกออกมาเยอะๆเป็นพันๆตัวโดยมีลูกให้เยอะกว่าแม่ของพญาครุฑ ส่วนทางด้านแม่ของพญาครุฑนั้นเมื่อเห็นว่าพญานาคขอให้มีลูกเยอะแล้วตนเองจึงขอพระฤาษีว่าขอให้ตนเองนั้นมีลูกแค่เพียง 2 ตัวเท่านั้นแต่ว่าลูกของตนเองนั้นจะต้องมีอำนาจใครจะไม่สามารถมาทำอันตรายใดๆได้

            และพรของทั้งสองคนที่ขอก็สัมฤทธิ์ผลหลังจากนั้นเมื่อหญิงสาวทั้งสองคนคลอดลูกออกมาแม่ของพญานาคซึ่งคลอดลูกออกมาเป็นไข่เป็นพันฟองในขณะที่แม่ของพญาครุฑนั้นออกไข่มาเพียงแค่ 2 ฟองเท่านั้น และไข่ของพญานาคนั้น ออกมาหลากหลายสีมากเลยทีเดียว 

ส่วนทางด้านแม่ของพญาครุฑนั้น  เมื่อเห็นไข่ของตนเองไม่ฟังสักทีจึงได้นำไข่ไปทุบส่วนตัวอ่อนที่อยู่ในไข่นั้นได้รับความเสียหายทำให้ไข่ใบแรกนั้นเกิดออกมามีเพียงแค่ท่อนบนเท่านั้นแต่ขายังไม่มีในขณะที่ใครอีกใบนั้นก็ถูกทุบเข้าที่ใบหน้าทำให้มีลักษณะออกมาเหมือนเป็นพญาครุฑนั่นเอง  และนับตั้งแต่พญาครุฑได้ออกมาจากไข่ของตนเองก็ไม่พอใจพญานาคที่มีรูปร่างสวยงามมากกว่าตนเองรวมถึงพญาครุฑนั้นรู้ดีว่าแม่ของตนเองนั้นไม่ชอบแม่ของพญานาคจึงทำให้พญาครุฑไม่ชื่นชอบพญานาคและเป็นปฏิปักษ์กับพญานาคนับตั้งแต่นั้นเลยมา จนเป็นที่มาที่เราเห็นกันว่าพญาครุฑกับพญานาคนั้นไม่ถูกกันและเจอกันเมื่อไหร่ก็มักจะไล่ฆ่ากันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  หวยออนไลน์บาทละ 1000