สุสานโสเภณีร้าง ที่จังหวัดกาญจนบุรี

Posted on 19 ตุลาคม 202019 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับนี้ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสถานที่หนึ่งที่มีคนเขาลือกันว่ามีความหลอนที่สุดติดอันดับต้นๆของประเทศเราเลยและสถานที่ที่เราจะพูดถึงนั้นก็คือ สุสานโสเภณี ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ซึ่ง สุสานโสเภณีที่จังหวัดกาญจนบุรีได้เป็นประสบการณ์จริงของคุณวุ้นเส้นที่ได้ไปพบเจอเรื่องราวสยองขวัญในสถานที่แห่งนี้เราจะขอเล่าให้ฟังก่อนว่าที่สุสานโสเภณีนั้นเไม่ได้เป็นสุสานที่เอาไว้ฝังศพหรือว่าเป็นสถานที่ฝังศพแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อสุสานโสเภณีนั้นเพราะเนื่องจากว่าได้มีหญิงสาวที่ได้ขายบริการในสถานที่แห่งนี้ได้เสียชีวิตกันเป็นจำนวนมากนี่ยังไม่นับรวมกับศพเด็กทารกที่ได้มีการทำแท้งจนนับไม่ถ้วน

ซึ่งในอดีตที่สุสานโสเภณีได้เป็นสถานบันเทิงที่เก่าแก่ปล่อยให้รกร้างมากนานกว่าสิบปีแล้วและผู้คนในสมัยนั้นจะเรียกกันติดปากกันว่าซ้อง35ได้เป้นสถานที่บริการของผู้ชายในอดีตได้เป็นสถานที่ค้าบริการจะมีทั้งหญิงที่เต็มใจมาทำงานและหญิงที่ถูกหลอกรวมถึงหญิงที่ถูกบังคับให้มาทำงานบางรายต้องทำงานหนักจนแทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อน

โดยลูกค้าส่วนใหญ่แล้วจะมีหลากหลายอาชีพมากๆเลยจะมีตั้งแต่นักธุรกิจข้าราชการรวมไปถึงพ่อค้ายันคนขับสิบล้อว่ากันว่าหญิงสาวคนใดที่ขัดขืนหรือไม่ยอมให้บริการจะถูกทำร้ายถูกซ้อมบางลายถึงขั้นสาหัสและเสียชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้

เนื่องจากนี้หญิงสาวส่วนใหญ่ที่ได้ค้าบริการที่เสียชีวิตส่วนมากก็จะติดเชื้อจากโรครุนแรงนั่นก็คือโรคเอดสส์ว่ากันว่าหญิงสาวคนใดที่ติดโรคเอดส์จะถูกกักขังเอาไว้แล้วจะปล่อยให้ทุกข์ทารมานจนเสียชีวิตไปนี่ยังไม่ได้นับรวมกับคนท้องที่หากว่าหญิงสาวคนใดท้องจะถูกบังคับให้เอาเด็กออกและให้กลับไปทำงานเช่นเดิมถึงอย่างไรก็ตามเรื่องของซ้องโสเภณีหรือว่าซ้องนรกแห่งนี้ได้ปิดตัวลงไป

นอกจากนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถระบุจำนวนของหญิงสาวที่ค้าบริการที่เสียชีวิตลงไปในสถานที่แห่งนี้ได้ว่ามีผู้เสียชีวิตตายลงไปเท่าไหร่จากคำบอกเล่าของชาวบ้านว่าในสมัยที่ซ้องแห่งนี้ยังเปิดให้บริการอยู่นั้นบางคืนจะได้ยินเสียผู้หญิงไม่ต่ำกว่า4-5คนที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากข้างในบางก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง

ดังนั้นจึงทำให้ชาวบ้านต่างก็คุ้นชินกับเสียงที่ได้ยินนี้เกือบจะทุกวันจนกระทั่งสถานที่แห่งนี้ได้ถูกปิดตัวลงไปแล้วชาวบ้านหลายๆคนก็ขนานนามให้กับสถานที่แห่งนี้ว่าสุสานโสเภณีจนเกิดเป็นเรื่องราวหลอนๆเรื่องราวสยองขวัญตามมาอีกนับไม่ถ้วนเลย

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่เกม บาคาร่า

ประวัติเหตุการณ์ 14 ตุลาคมปีพศ 2516

Posted on 16 ตุลาคม 202016 ตุลาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

สำหรับเหตุการณ์ 14 ตุลาคมเป็นเหตุการณ์ที่รัฐบาลนั้นได้เข้ามาสลายการชุมนุมซึ่งอันที่จริงแล้วในการชุมนุมนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 เดือนตุลาคมปีพศ 2516 แล้วโดยผู้ที่ทำการชุมนุมนั้นก็จะเป็นกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆโดยเฉพาะการนำนั้นเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งกลุ่มเด็กนักศึกษานั้นต่างก็ไม่พอใจเกี่ยวกับระบบของรัฐบาลที่มีการปกครองแบบเผด็จการและในขนาดนั้นมีนักศึกษาทั้งสิ้นจำนวน 13 คน

ถูกรัฐบาลเชิญตัวไปเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของการที่เด็กทั้ง 13 คนได้เดินออกมาแจกใบปลิวเกี่ยวกับข้อเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่นั่นเองหลังจากที่นักศึกษาทั้ง 13 คนนั้นถูกจับกุมนักศึกษาคนอื่นๆต่างก็พากันลบหลู่และไปเดินขบวนการที่บริเวณถนนทำให้เหตุการณ์ในการชุมนุมในครั้งนั้น

มีความเร็วร้ายมากยิ่งขึ้นโดยนักศึกษาธรรมศาสตร์ได้มีการส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลต้องการให้รัฐบาลนั้นปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 13 คนที่ถูกจับกุมออกมาแล้วพวกเขาจะยุติการเดินขบวนประท้วงนั่นเองอย่างไรก็ตามทางรัฐบาลในตอนแรกนั้นได้มีการยอมรับปากกับทางกลุ่มนักศึกษาว่าจะมีการปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 13 คนแต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใดทางรัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลงคำพูดใหม่ไม่ยอมปล่อยตัวนักศึกษาอีกทั้งยังได้

ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารออกมาควบคุมฝูงชนจึงทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นมีจำนวนนักศึกษาที่เสียชีวิตมากมายหลายร้อยคนโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นรัฐบาลได้ออกมาพูดถึงการสลายการชุมนุมว่ามีกลุ่มนักศึกษาบางกลุ่มได้นำอาวุธปืนไปทำการข่มขู่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบาลต่างๆซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชุมชนและทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยดังนั้นทางรัฐบาลจึงจำเป็นต้องออกมาสลายการชุมนุมอย่างเร่งด่วน แต่เรื่องราวในครั้งนั้นก็สามารถสงบเรียบร้อยลงได้เมื่อในที่สุดแล้วทางรัฐบาลก็ได้ออกมายอมที่จะแก้ไขปัญหาการชุมนุมในครั้งนั้น

ด้วยการที่จอมพลถนอมกิตติขจรซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ลาออกจากตำแหน่งและเดินทางออกนอกประเทศนั้นเองทำให้เหตุการณ์ประท้วงในวันที่ 14 ตุลาคมจึงสงบลงได้เส้นทางด้านพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็ได้ทรงมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาลงตำแหน่งแทนจอมพลถนอมกิตติขจรนั่นเอง

และประวัติศาสตร์การสูญเสียชีวิตของพี่น้องชาวธรรมศาสตร์ในวันที่ 14 ตุลาคมก็ยังคงมีการจารึกเอาไว้ให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่รุ่นพี่เคยได้มีการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประเทศชาติและแน่นอนว่าเหตุการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคมยังคงมีการพูดถึงกันอยู่จนถึงปัจจุบันหากเกิดเหตุการประท้วงจากกลุ่มนักศึกษาเมื่อไหร่หลายคนก็จะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ของวันที่ 14 ตุลาคมทุกครั้งไป

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี

ประวัติศาสตร์สนามกรุงโรม

Posted on 9 ตุลาคม 20209 ตุลาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโคลอสในยุคโบราณที่รู้จักกันในนามของโคลอสเป็นสถานที่ที่ได้ให้ความบันเทิงแก่ชาวโรงมันทุกคนแต่ว่ากันว่าเกมการแข่งขันในยุคนั้นมันค่อยข้างที่จะต่างไปจากเกมในยุคนี้เลยทีเดียวมันเด็ดสะยิ่งกว่าการดูบอลในสนามเสียอีก

ซึ่งโคลอสก็เป็นสถานที่เอาไว้ใช้สำหรับชาวโรมันทุกคนดังนั้นค่าเข้าของมันคือฟรีแต่เดี๋ยวก่อนชาวโรมันเขาไม่ได้เรียกสนามกีฬาแห่งนี้ว่าโคลอสชื่อนี้มันเป็นชื่อของรูปปั่นทองเหลืองที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นต่างหากชาวโรมันที่ได้ชื่อมาจากรอดช่องสิงค์โปรที่ได้ไปตั้งร้านอยู่ตรงข้างโรงหนังสิงค์โปรนั่นแหละจริงๆแล้วชื่อของมันคือสนามกีฬาแห่งฟาเวียตระกูลของจักรพรรดิที่ได้ปกครองพวกเราอยู่ในตอนนี้

เมื่อเราได้เข้ามาข้างในแล้วนั้นมันจะมีที่นั่งมากมายที่จะรอรับผู้คนได้ถึง5หมื่นคนเลยทีเดียวแต่ด้วยความที่ว่ามันไม่มีตั๋วสิ่งที่มันท่าทายก็คือเราจะต้องเดินเบียดขึ้นไปเพื่อจะหาที่นั่งและใช่ว่าเราจะนั่งตรงไหนก็ได้เราต้องดูตัวเองด้วยว่าเราเป็นชนชั้นไหน

โดยถ้าหากว่าเป็นจักรพรรดิราชนีนักบวชหรืออะไรต่างๆเราก็จะได้นั่งชั้นที่มันอยู่ใกล้สนามมากที่สุดแต่ถ้าเราเป็นไฮโซพ่อค้าหรือพูดง่ายๆเลยคือกลุ่มคนที่จ่ายภาษีแบบหนักๆให้แก่รัฐบาลเราก็จะสามารถนั่งได้ในชั้นที่สองและที่สูงขึ้นไปอีกนั่นเป็นของประชากรที่หาเช้ากินค่ำทั่วไป

ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นที่แฟนตัวจริงนั่งอยู่ส่วนชั้นบนสุดคือชั้นที่สี่จะมองเห็นคนในนามได้ตัวเล็กบวกกับไม่ได้ยินเสียงอะไรจากนามเลยนอกจากเสียงของคนด้านล่างก็จะเป็นที่สงวนไว้สำหรับผู้หญิงและขอทานจนๆการที่จะขึ้นไปยังชั้นนี้ก็เปรียบได้กับการขึ้นบนไดไปยังตึก12-15เลยทีเดียว 

นอกจากนี้สนามกีฬาแห่งนี้จะเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จุผู้คนได้ราวๆ5หมื่นคนเลยทีเดีวแต่พอถึงเวลาจะใช้จริงๆแล้วมันก็เบียดเสียดไม่แพ้กับเขาไปดูคอนเสิร์ตเลยทีเดียวแต่เรื่องที่สำคัญที่สุดในสมัยนั้นมันไม่มีแอร์แต่ขอบอกเลยว่าน่าร้อนในกรุงโรมร้อนไม่ใช่น้อยไม่แพ้ไทยเลย

ดังนั้นกลิ่นเหงื่อของคนรอบข้างเราก็สามารถสูดได้อย่างเต็มปอดเลยแต่เลยสนามเขาก็เข้าถึงปัญหานี้ดีก็เลยทำการออกแบบที่เป็นหลังคาที่เป็นร่มขนาดใหญ่มัมนก็จะสามารถหุบกลางได้เหมือนกับกลางเรือใบที่ใช้ในสนามรบในเวลานั้นเลย

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี ruay

ยักษ์แม่ใหญ่100ปี จ.สมุทรสงคราม

Posted on 4 ตุลาคม 20204 ตุลาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเรื่องนี้จะเป็นตำนานเกี่ยวกับเรื่องของยักษ์เป็นยักษ์ที่จังหวัดสมุทรสงครามเรื่องราวของตำนานนี้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขาจะรู้จักกันดีในนามของยักษ์แม่ใหญ่แห่งวัดนางตะเคียนจังหวัดสมุทรสงคราม

ซึ่งเรื่องราวของยักษ์แม่ใหญ่หรือว่าพระนางสุพรรณอัปสรตามตำนานได้กล่าวว่าได้เป็นยักษ์ในวรรณคดีที่เป็นหลักฐานเป็นรูปปั่นอย่างชัดเจนอยู่ที่วัดนางตะเคียนและเรื่องรางในต่อไปนี้เป็นเรื่องของยักษ์แม่ใหญ่ที่ได้จมอยู่ในน้ำแม่กลองนี้เป็นเวลานับร้อยๆกว่าปี

นอกจากนี้เรื่องราวของยักษ์แม่ใหญ่ตั้งอยู่ที่วัดนางตะเคียนจังหวัดสมุทรสงครามโดยยักษ์ตนนี้ได้มีชื่อว่ายักษ์แม่ใหญ่หรือพระนางสุพรรณอัปสรก่อนที่จะมีการพบรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่กันนี้ชาวบ้านได้บอกว่าวัดแห่งนี้มีสภาพวัดที่รกร้างมากๆยังไม่เจริญเท่ากับสมัยนี้เลยวัดได้มีสภาพรกร้างและมีความน่ากลัวมากๆ

โดยชาวบ้านแถวนั้นว่ากันว่าผีดุดมากๆและจะชอบหลอกผู้คนในสมัยนั้นเป็นประจำและจุดที่สำคัญเลยก็คือตรงต้นตะเคียนใหญ่สองต้นมักจะมีผู้พบเห็นเจ้าแม่ตะเคียนอยู่เป็นประจำเลยและในปัจจุบันต้นตะเคียนสองต้นนี้ได้ตายไปหมดแล้ว

เนื่องจากนี้ก็ยังมีเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่ในพื้นที่ว่าก่อนที่จะมีการสร้างรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่กันได้มีชาวบ้านหลายคนได้พบเห็นว่ามียักษ์เดินไปเดินมาอยู่ภายในบริเวณวัดและนอกจากนั้นก็ยังมีคนพบเห็นว่ามีบริเวลยักษ์อีกมากมายที่ลงมาเล่นน้ำอยู่ที่ลำคลองหน้าวัดและด้วยความที่ว่ามีชาวบ้านเขาได้พบเห็นกันอยู่บ่อยครั้งจึงได้มีการสร้างรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่นี้ขึ้นมา

โดยมันอาจจะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่จะยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านพบเห็นยักษ์เห็นการณ์ที่มีชาวบ้านเห็นยักษ์ลงมาเล่นน้ำนั้นมันอาจจะมีส่วนเป็นไปได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้มันเคยเกิดขึ้นมาจริงๆ

นอกจากรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่ที่ได้ตั้งอยู่บริเวณริมคลองแล้วก็ยังได้มีรูปปั่นอื่นๆอีกมากมายได้เรียงแถวกันและชาวบ้านได้อดีตที่ได้สัญจรผ่านเส้นทางหน้าวัดนี้หลายคนก็ยกมือไหว้ขอพรกับรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่เพื่อให้เขานั้นได้เดินทางปลอดภัยและยังรวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าต่างๆที่สัญจรผ่านหน้าวัดก็มักจะขอพรขอให้กิจการค้าขายร่ำรวยมีเงินมีทองใช้

ดังนั้นรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่ถือว่าเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้านในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดีแต่อยู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นตลิ่งริมคลองที่เป็นที่ตั้งของรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่ดันถล่มลงมาจึงทำให้รูปปั่นของยักษ์แม่ใหญ่นั้นจมอยู่ในลำน้ำแม่กลองเป็นเวลากว่าหนึ่งร้อยกว่าปีแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทาง เข้า dewabet

ตำนานพระองค์เจ้าฟ้างุ้ม ประเทศลาว

Posted on 24 กันยายน 202024 กันยายน 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับหญิงรูปงามในประวัติศาสตร์ที่น้อยจะมีคนรู้แต่หากได้รู้ชื่อเธอแล้วจะจดจำไปตลอดชีวิตและนั่นก้คือ ชื่อเจ้าหญิงแก้วพิมพาเจ้าหญิงแห่งล้านช้างหรือว่าประเทศลาวในปัจจุบันนั่นเอง

ซึ่งเราต้องบอกก่อนเลยว่าเรื่องราวที่เรานำเอามาเล่าในวันนี้มันจะเป็นเรื่องราวที่เราได้ไปรวบรวมมาจากหลายๆที่ด้วยความที่ว่ามันเป็นเรื่องราวที่เก่าแก่มากแล้วในบันทึกหลายๆฉบับก็ได้บอกเอาไว้ไม่เหมือนกันอย่างเช่นชื่ออายุแล้วก็ความสำคัญของตัวละครแต่ละตัวก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นอย่างเช่นบางทีก็บอกว่าเป็นพ่อบางทีก็บอกว่าเป็นปู่บางทีก็บอกว่าเป็นน้อยเป็นหลานโดยเราจะเรียบเรียงนำมาเล่าให้ทุกคนได้เข้าใจให้ได้มากที่สุดก็แล้วกัน

เชื่อกันหรือไม่ว่าความโหดวิปริมันก็สามารถถ่ายทอดผ่านได้ทางสายเลือดอยู่เหมือนกันดังนั้นก่อนที่เราจะไปพูดดถึงเจ้าหญิงเราขอแนะนำพ่อของพระนางก่อนแล้วกันนั่นก็คือพระเจ้าฟ้างุ้มกษัตริย์องค์แรกแห่งอาณาจักรล้านช้าง พระเจ้าฟ้างุ้ม ท่านเป็นกษัตริย์ที่ได้มีฝีมืออย่างมากพระองค์หนึ่งเลย

ซึ่งในตลอดรัชกาลของพระองค์พระองค์ก็ได้ยกทัพไปตีทัพเล็กทัพน้อยก็เลยทำให้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นขึ้นมาจนนักประวัติศาสตร์ของได้ยกย่องในความเก่งของท่านเท่ากับ พ่อขุนรามคำแหง แห่งอาณาจักรสุโขงทัยเลยทีเดียว

แต่ทว่าพระเจ้าฟ้างุ้มก็ยังมีฟ้ามืดอยู่คือพระองค์เป็นผู้ที่มักมากในผู้สาวมันก็เลยทำให้ต่อมาบ้านเมืองค่อนข้างที่จะอยู่ตัวแล้วท่านก็ได้เปลี่ยนร่างนักรบไปเป็นเพลย์บอย

นอกจากนี้พระองค์ก็เลยไปเที่ยวเล่นกับสาวๆไปทั่วเมืองเลยและไม่เว้นแม้กระทั่งลูกหลานลูกเมียของข้าราชบริพานทั้งหลายคือถ้าชอบใจใครถูกใจใครคนไหนมาก็จะชี้นิ้วฟังให้มามีอะไรกันด้วยแล้วถ้าใครไม่ยอมขัดขืนก็จะต้องถูกนำไปฆ่าไปๆมาๆความนิยมของกษัตริย์องค์นี้ก็ตกลงอย่างรวดเร็วผู้คนทั้งหลานต่างก็ได้พากันออกไปจากล้านช้างกันไม่มีใครที่อย่างจะอยู่กับกษัตริย์องค์นี้อีกต่อไปแล้ว

เนื่องจากนี้แม้กระทั่งพรบางที่เป็นพระพุทธรูปเองคือตอนที่ยังเป็นกษัตริย์ก็ได้ไปอัญเชิญพระบางมาประทับยังเวียงคำพระบางก็เลยแสดงอภินิหารทำให้ตัวเองหนักยกเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นก็เลยย้ายมายังที่เมืองไม่ได้ด้วยสาเหตุที่ว่านี้พระบางไม่อยากอยู่ใกล้กษัตริย์ที่ปฏิบัติตนไม่เป็นธรรมจนสุดท้ายแล้วเสนาอมาตย์ใหญ่พร้อมกับชาวเมืองรวมทั้งพระสงฆ์ก็พร้อมใจกัน

เพื่อจะทำการขับไล่กษัตริย์องค์นี้ให้ออกจากเมืองไปเมื่อพระองค์นั้นได้อายุแค่เพียง48พรรษาแล้วพระองค์ก็ต้องหนีไปตายอยู่ที่เมืองน่านอีกสองปีต่อมาเมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้จากไปอย่างสงบแล้วชาวเมื่อต่างพากันดีใจเป็นอย่างมาก

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี lottovip 2ตัว

โรงบาลร้าง จ.ระยอง

Posted on 23 กันยายน 2020Categories ตำนานTags ,

โรงบาลผีสิงในจังหวัดระยองถ้าพูดถึงโรงพยาบาลหรือว่าสถานที่ต่างๆเราเชื่อว่าเกือบจะทุกโรงพยาบาลก็จะมีผู้เสียชีวิตแล้วก็จะมีเรื่องหลอนเรื่องนี้ที่จะตามมาเป็นประจำเลย

ซึ่งมันก็อดคิดไม่ได้ว่าสถานที่ที่ได้มีคนเสียชีวิตทำไมมันจะต้องมีเรื่องหลอนตามมาสำหรับเรื่องโรงพยาบาลผีสิงที่เราจะเล่าดังต่อไปนี้มันเป็นเรื่องของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง

สำหรับโรงพยาบาลแห่งนี้ชาวบ้านว่ากันว่ามีผีดุดมากโดยโรงพยาบาลแห่งนี้คนชาวเมืองระยองเขาจะรู้กันดีว่าผีดุดขนาดไหนหลังจากที่โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ปิดกิจการมา3-4ปีนี้ก็ได้ทิ้งตู้ยาทิ้งเครื่องพยาบาลเอาไว้เต็มไปหมดเลยในบางวันเคยมีผู้พบเห็นว่ามีรถพยาบาลวิ่งเข้าออกเข้าออกในโรงพยาบาลแห่งนี้อยู่เป็นประจำ

โดยสถานที่แห่งนี้มันได้ปิดกิจการไปนานแล้วแต่ทำไมถึงได้มีผู้พบเห็นว่ามีรถพยาบาลวิ่งเข้าออกเข้าออกได้อาจจะเป็นประว่าตาไม่ดีหรือว่ามีคนพบเห็นจริงๆเราก็ไม่ขอยืนยัน

นอกจากนั้นยังได้มีบางคนเขาได้เห็นมีคนเข็นเตียงคนไข้เดินไปเดินมาอยู่ภายในโรงพยาบาลแห่งนี้เลยบางก็ได้ยินเสียงคนไข้ร้องดังออกมาจากโรงพยาบาลมาทั้งคืนเลยที่งที่ภายในตึกไม่มีใครอยู่แถมยังมีหญ้าขึ้นรกร้างเต็มไปหมดจนไม่มีใครกล้าที่จะขับรถผ่านในช่วงตอนกลางคืน

จนกระทั่งได้มีรายดังรายการหนึ่งได้ขอเข้ามาพิสูจน์เลยว่าเรื่องผีที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลแห่งนี้มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่ารายการนี้ถือได้ว่าเป็นรายการหนึ่งที่ค่อนข้างดังอยู่พอสมควรเลยถ้าพูดออกไปทุกคนจะร้องอ้อกันทันที่เลย

ซึ่งเรื่องที่เราจะเล่าให้ฟังนี้มันเป็นเรื่องที่ทีมงานของรายการนี้แหละได้ไปพบเจอมาด้วยทีมงานของตัวเขาเองเลยการเดินทางมาในครั้งนี้ทีมงานของรายการผีนี้ได้เดินทางมากันทั้งหมด7คนเลยทีมงานทั้งหมด7คนที่ไดขอเข้ามาพิสูจน์ที่โรงพยาบาลแห่งนี้

นอกจากนี้ยังว่ากันว่าในการที่ขอเข้ามาท้าพิสูจน์ในครั้งนี้เป็นการเข้ามาพิสูจน์กันอย่างละเอียดเลยละเอียดถึงขั้นที่ว่าไปทุกซอกทุกมุมของโรงพยาบาลเลย

ในขณะที่ทีมงานกำลังถ่ายทำกันอยู่ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกับทีมงานโดยในขณะนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวน5คนได้หามเพื่อนแล้วก็วิ่งออกมาจากประตูด้านหลังก่อนที่จะวางลงกับพื้นแล้วเรียกให้เพื่อนอีกคนเอารถยนต์ให้เข้ามารับไปส่งที่โรงพยาบาลเมื่อถึงโรงพยาบาลเขาได้ฟื้นขึ้นแล้วยกมือไหว้อยู่ตลอดเวลาและบอกว่าอย่าทำผมเลยๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าอันไหนดี

การทำนายวันสิ้นโลกของยุคก่อน

Posted on 21 กันยายน 202021 กันยายน 2020Categories ตำนานTags ,

ในปี1935ได้มีผู้นำนิกายคนหนึ่งได้เรียกประชุมนิกายกับคนอื่นๆเพื่อที่จะได้เล่าถึงเหตุการณ์การตื่นเต้นที่เขาได้ไปเจอมาเขาได้บอกว่าเขาได้ไปสนิทสนมกับพระผู้เป็นเจ้าเลยและในระหว่างการแชทนั้นเขาก็ตีความได้ว่าพระคริสต์จะทรงกลับมาในอีก6ปีหลังจากนี้

ซึ่งมันก็เป็นปี1891แต่ในปัจจุบันก็เข้าปี2020แล้วก็น่าจะรู้แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นจจากนั้นเรามาดูเรื่องที่มันเป็นวิทยาศาสตร์กันบ้าง

ในปี1881ได้มีนักดาราศาสตร์คนหนึ่งเขาก็ได้ค้นพบว่าดาวห่างส่วนใหญ่มันจะมีก๊าซชนิดหนึ่งที่เรียกว่าก๊าซไซยาไนด์โนเจนอยู่มันก็จะเป็นสารที่มีพิษที่สามารถฆ่าคนได้เลยทีเดียว

แต่ทว่าเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าสนใจอะไรมากนักจนมาถึงในปี1910ก็ได้มีข่าวว่าจะมีการบินของดาวหางดวงหนึ่งชื่อว่าฮัลเลย์ตอนนี้ก็เลยเกิดมีคนสนใจเรื่องบทวิจัยเรื่องนู้นขึ้นมาแล้วก็ได้บอกว่าดาวหางนั้นมันจะมีก๊าซพิษพอมันผ่านมาใกล้โลกแล้วก๊าซพิษมันก็อาจจะมาสู่โลกด้วยหรือว่ามันผ่านโลกมันจะเผ่าทำให้มนุษย์ตายไปต่างๆนาๆก็โว้ยวายกันไปหมด

โดยมีหนังสือหน้าหนึ่งจากนิวยอร์กก็ได้โพสข่าวเรื่องนี้ลงแต่สุดท้ายแล้วฮีโร่ก็ได้ออกมาแก้สถานการณ์ชนิดนี้ก็คือนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่เขาได้บอกว่าไม่เป็นไรดาวหางมันไม่ได้ทำอะไรเราหรอกจึงทำให้พวกเขาได้หยุดการตื่นตัวในครั้งนี้ได้

นอกจากนี้เรื่องของดาวหางมันยังไม่จบแต่เพียงแค่นี้คราวนี้มันก็ยังได้มีเรื่องของยูเอฟโอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยคือในช่วงของยุค70ก็จะมีดาวหางอีกดาวหนึ่งได้บินเข้ามาอีกชื่อว่าดาวหางเฮโบ

ซึ่งหลังจากที่ได้ขึ้นปรากฏดาวหางนี้ขึ้นมาก็ได้มีข่าวลืออกมาว่าดาวหางที่มันได้พุ่งมานี้มันมีมนุษย์ต่างดาวติดมาด้วยทางนาซาได้ปกปิดพวกเราเอาไว้แต่ถึงแม้นาซาจะแก้ตัวว่าไม่ได้ประชาชนเขาก็ได้เชื่อกันไปแล้วและมันก็ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดความมโนของทุกคนได้หรอกและในตอนนั้นเองมันก็ได้มีข่าวได้แพร่กระจายไปทางวิทยุแล้วก็สื่อต่างๆมากมายๆว่ามนุษย์ต่างดาวที่นาซ่าปกปิดเอาไว้

เนื่องจากนี้มันก็เลยก่อให้เกิดเป็นลัทธิใหม่ขึ้นมาที่มีชื่อว่าลัทธิยูเอฟโอโดยในลัทธินี้เขาก็จะเชื่อว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาประตูสวรรค์ได้เปิดออกแล้วและวันที่สิ้นมันก็กำลังจะใกล้เข้ามาแล้วพวกเขาก็ได้ทำนายเอาไว้ว่ามันจะเกิดขึ้นภายในปี1997

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  v9bet

ตำนานของนกฟีนิกซ์

Posted on 17 กันยายน 202017 กันยายน 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับนกฟีนิกซ์เมื่อมันมีอายุครบประมาณ500ปีแล้วนั้นฟีนิกซ์ก็ได้เห็นว่าร่างกายของมันที่กำลังเหี่ยวเฉามันคงจะไม่มีประโยชน์อะไรมันก็จะบิกลับรังของมันที่อยู่แถวๆอาระเบีย

ซึ่งในระหว่างที่มันกำลังบินมันก็จะเก็บไม้หอมนานาชนิดเพื่อที่จะนำเอาไปทำรังพอมันบิดกลับไปที่อาระเบียแล้วมันก็จะเอาไม้เหล่านี้แหละมาสร้างรังขึ้นมาและนกฟีนิกซ์ก็จะจัดการจุดไฟเผาตัวเองให้กลายเป็นขี้เถ้าแต่เราก็ไม่เข้าใจเพราะเขาบอกว่ามันเป็นอมตะเราก็ยังงงอยู่เหมือนกัน

เมื่อเวลาผ่านไปสักพักหนึ่งขี้เถ้าของนกฟีนิกซ์ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรเข้าไปปฏิสนธิเข้ากับมันก็เลยทำให้มันเกิดลูกนกฟีนิกซ์น้อยจึงทำให้มันเกิดขึ้นมาบนกองขี้เถ้านี้

ซึ่งในภาระกิจแรกของเข้านกฟีนนิกซ์น้อยทุกตัวก็จะต้องนำเอาขี้เถ้าของนกฟีนิกซ์รุ่นที่แล้วไปที่อียิปต์ไปที่วิหารนครแห่งรุ่งตะวันหลังจากนั้นก็จะเอาขี้เถ้าพวกนี้ฝังก่อนที่พวกมันจะบิดไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบแล้วทำไมถึงจะต้องเป็นที่อียิปต์ด้วย

นั่นก็เป็นเพราะว่าตำนานที่ดูเหมือนว่าจะเป็นของกรีกโรมันแบบนี้มันมีจุดกำหนดที่ไอยคุปต์โบราณแต่ว่าแรกเริ่มเดิมทีนกฟีนิกซ์ไม่ได้เป็นนกไฟเท่ๆแบบที่เราเห็นกันอยู่แบบนี้

โดยนกฟีนิกซ์จะเป็นเทพพระเจ้าองค์หนึ่งที่เขาได้มีการกล่าวเอาไว้ในหนังสือสวดศพที่เรียกกันว่าคัมภีร์มรณะมีชื่อว่าเทพพระเจ้าเบนดูและเทพพระเทพเบนดูก็จะเป็นสุริยะเทพที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับดวงวิญญาณแล้วก็จะมีอีกรูปแบบหนึ่งก็คือเป็นนก

หากแม้ว่ามันจะไม่มีหน้าตาเท่ๆแบบพวกนกไฟก็ตามคือจะประมาณนกกระสานวลสีเทาๆมีจะงอยปากแล้วก็มีหงอนสองเส้นออกมาแล้วก็มีมงกุฎของอียิปต์โบราณใส่อยู่ถ้ามองผ่านๆก็ไม่เข้าใจว่ามันกลายมาเป็นนกฟีนิกซ์ได้อย่างไร

ส่วนเรื่องว่าทำไมมันถึงกลายมาเป็นนกฟีนิกซ์แห่งไฟได้เราก็จะต้องมาพูดถึงเรื่องนิสัยของมันถ้ากล่าวถึงตามตำนานของอียิปต์เบนดูจะเป็นนกที่บิดออกมาในตอนเช้าผ่านน่านน้ำของมันก่อนที่มันจะส่งเสียงปลุกสิ่งต่างๆให้มันตื่นขึ้น

ซึ่งเสียงร้องของเจ้านกเบนดูก็เป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นการเวลาวันใหม่ขึ้นมาก็คงจะเหมือนกับไก่ในบ้านเราที่ส่งเสียงรับวันใหม่แล้วนกที่มันก็จะบิดมาจากทิศตะวันออกแล้วก็บิดไปยังทิศตะวันตกนึกภาพตอนเช้าพระอาทิตย์มันก็จะต้องออกทางทิศตะวันออกมันก็จะหันหลังให้กลับพระอาทิตย์

ดังนั้นฉากหลังที่นกได้บินมาก็จะเป็นดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงเหมือนรัศมีอยู่ด้านหลังตัวนกเลยราวกับว่านกตัวนั้นมันได้ปรากฏตัวพร้อมกับพระอาทิตย์ยังไงอย่างงั้นไปๆมาๆคนก็จับมันไปรวมกับไฟแล้วก็สัญลักษณ์และดวงอาทิตย์สะเลย

 

สนับสนุนโดย  ole777

งานศิลปะในยุคกอธิค

Posted on 10 กันยายน 202010 กันยายน 2020Categories ศิลปะTags ,

ยุคสมัยของศิลปะที่มีการพัฒนาตลอดเวลาผู้คนมีการทำสงครามหรือแม้แต่จะเป็นการส่งต่อเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา การพัฒนาความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นสังคมเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่มีการจำเป็นจะต้องเข้าถึงผู้คนให้ได้มากที่สุด ว่าจะเป็นการแบ่งแยกชนเผ่าการปกครองตามสถานที่ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างบริเวณต่างๆ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมหรือแม้แต่จะเป็นวัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ที่ผู้คนระดับมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าสู่ลักษณะของการพัฒนางานหรือแม้แต่จะมีการเปลี่ยนแปลง งานศิลปะก็เป็นเช่นเดียวกันที่มีการพัฒนาตลอดเวลาตามยุคตามสมัยหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่ความสนใจในการเข้ามาเก้าล้ำ ในการทำงานต่างๆเพราะในยุคปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่าแต่ละยุคสมัยมีลักษณะที่แตกต่างไป

เพื่อแสดงออกถึงวัฒนธรรมเทคโนโลยีต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นความเจริญรุ่งเรืองของเมือง โดยเฉพาะเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองในการพัฒนาก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรมภาพวาดภาพเขียนหรือแม้จะเป็นงานแกะสลักต่างๆ ซึ่งแสดงออกถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหรืออารยธรรมต่างๆ ยุคกอธิค ก็เป็นอีกหนึ่งยุคที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 สมัย

1 กอธิคสมัยแรก ก็จีบสมัยนี้เป็นการทำงานศิลปะที่แสดงออกถึงการตกแต่งสถาปัตยกรรมหรือสถานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา ส่วนใหญ่จะถูกตั้งอยู่เหนือประตูเป็นบริเวณเสาหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างประติมากรรมต่างๆที่เกี่ยวกับหิน ทางเข้าที่เกี่ยวกับศาสนาทั้งสิ้นจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ยุคแรกมีส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนารูปแบบต่างๆ เพื่อแสดงถึงความศรัทธาหรือความเชื่อต่างๆทุกคนเพราะความเชื่อส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยผลักดัน หรือสนับสนุนทำให้เงินทุนให้ศิลปินต่างๆมีการพัฒนางานต่างๆโดยการสร้างงานดังกล่าวที่ดี

2 ยุคโกธิคสมัยรุ่งเรือง ศิลปะต่างๆเมื่อมีการเจริญรุ่งเรืองของเมืองหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองต่างๆการแผ่ขยายของเมืองต่างๆ ก็จะทำให้งานศิลปะมีการเติบโตที่พม่า ในยุคนี้เป็นยุคที่ปฏิมากำลังกายหรือศิลปกรรมต่างๆทางด้านสถาปัตยกรรมมีความงดงามในความสมดุลมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบงานต่างๆมีการพัฒนาอยู่เสมอผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบการทำงาน

3 ยุคสุดท้ายของกอธิค ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องบอกว่าประติมากรรมอนุสาวรีย์หรือแม้แต่จะเป็นสิ่งต่างๆของโบราณสถานที่เกี่ยวกับศาสนาก็มีการพัฒนาที่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรีระของผู้คนความงดงามหรือแม้แต่เป็นความถูกต้องทางกายวิภาค การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ทำให้มีการพัฒนาทางด้านสังคมหรือแม้แต่จะเป็นงานศิลปะต่างๆก็มีความสมบูรณ์อยู่เสมอ

ทั้งหมดนี้ก็คืองานศิลปะในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ผู้คนต่างๆมีความต้องการในการพัฒนางานโดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับศาสนา

 

 

สนับสนุนโดย  betbb

การระบายอารมณ์โดยใช้งานศิลปะเขาช่วย 

Posted on 4 กันยายน 20204 กันยายน 2020Categories ศิลปะTags ,

ทุกคนต่างมีความต้องการในการระบายรวมเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นความคิดต่างๆอย่างไรก็ตามนี่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปะได้เข้ามาช่วยผู้คนต่างๆที่มีการพัฒนาทางด้านจิตใจหรือแม้แต่จะเป็นยกระดับจิตใจที่เพิ่มมากขึ้น ในการสร้างงานประติมากรรมต่างๆงานแกะสลักงานภาคต่อต่างๆมีจุดมุ่งหมายเพื่อการระบาย อารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อทัศนคติหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆ

หากลองมองย้อนกลับไปในยุคหินยุคหินเป็นยุคที่ผู้คนต่างๆกิจกรรมมีเพียงแค่การล่าสัตว์และการขยายพันธุ์โดยมนุษย์เท่านั้น คนป่าในยุคหินมีการสร้างงานศิลปะด้วยความบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาขูดขีดของหินเพื่อให้เกิดร่องรอยต่างๆเป็นรอยนูนสูง หรือแม้แต่จะเป็นการใช้เลือดสัตว์และพิมพ์ต่างๆมาใต้กำแพงหรือระบายสีกำแพงให้มีรูปทรงขึ้นมา อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ที่แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาการต่างๆตามความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนางานหรือสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ทรงคุณค่า การเปลี่ยนแปลงรูปแบบงานประจำปีข้างหน้าตลอดเวลาทุกคนมีความต้องการการพัฒนาโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาในส่วนของ Academy หรือสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จึงทำให้ผู้คนเหล่านี้มีการเรียนรู้ด้านการระบายลมหรือการสร้างสรรค์ผลงานที่เพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทํางาน มีการพัฒนางานที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นการทำงานเพื่อระบายลมเรื่องเอกสารในการจดบันทึก

งานศิลปะเปรียบเสมือน การจดบันทึกไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือทัศนคติต่างๆรู้เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากลองมองย้อนกลับไปอดีตงานศิลปะมากมายได้บ่งบอกว่าเหตุการณ์ต่างๆในแต่ละยุคสมัยมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นเพราะบุคคลนั้นมีความต้องการในการสืบค้นข้อมูลนี้จึงเป็นส่วนสำคัญยิ่ง ชิ้นงานศิลปะเป็นสื่อกลางในการพัฒนารูปแบบความคิดของผู้คนหรือกิจกรรมต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

รูปรสกลิ่นเสียงทุกอย่างสามารถทำงานศิลปะได้ หรือเรียกว่า Space Art การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบงานในตอนนี้คือการแสดงออกจากนั้นมีการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีความเครียดจากการทำงานหรือมีความต้องการในการระบายอารมณ์นี่จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการพัฒนารูปแบบทางความคิดจินตนาการงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ให้ผู้คนมีการพัฒนาทางด้านจิตใจหรือไม่จัดเป็นสุนทรียภาพ

การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาผู้คนส่วนใหญ่มีการสร้างรูปแบบงานหรือไม่การพัฒนางานศิลปะให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้นเนื่องจากมีความต้องการให้สามารถเข้าถึงผู้คนง่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตามยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงงานหรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการส่งต่องานต่างๆเหล่านี้จึงทำให้งานศิลปะมีการพัฒนาที่เพิ่มอยู่ตลอดเวลา และสร้างรูปแบบงานใหม่ๆเสมอ 

 

 

ขอขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  sexybaccarat