เรื่องสัตว์ประหลาดที่เข้าโจมตีเรือยูบี85ที่มันฟังดูน่าเหลือเชื่อ

Posted on 27 เมษายน 202027 เมษายน 2020Categories ตำนานTags ,

หากลองย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนเมษายน1918ในระหว่างที่เรือลาดตระเวนของประเทศอังกฤษที่กำลังล่องอยู่บนท้องทะเลของแอตแลนติกเหนือ เนื่องจากว่าเรือลาดตระเวนลำนี้ก็ได้พบเจอกับเรือดำน้ำยูบี85ของประเทศเยอรมนีที่กำลังได้แล่นอยู่บนท้องทะเลโดยที่ไม่คาดคิดแต่ถึงอย่างไรเมื่อเรือทั้งสองนี้เมื่อได้เข้ามาเจอกันก็จะต้องโจมตีระเบิดใส่กัน

จากนั้นเสียงจากการโจมตีกลับไม่มีเลยซักนิดเดียวและไม่มีการโจมตีเกิดขึ้นและสิ่งที่มันได้แปลกไปกว่านั้นก็คือบรรดาลูกเรือยูบี85 พวกเขาได้ยืนเรียงแถวกันพร้อมที่จะทำการมอบตัวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยที่ไม่มีขัดขืนอะไรทั้งนั้น เนื่องจากนี้การพบเรือยูบี85 และมันก็ต้องทำให้เรือที่ได้ลาดตระเวนของประเทศอังกฤษนั้น

จะต้องตะลึ่งกันอย่างมาก เนื่องจากปกติแล้ว เรื่องดำน้ำดังกล่าวมันจะไม่ขึ้นมาให้เห็นบนผิวน้ำเลยในตอนกลางวันอีกทั้งมันจะเป็นไปได้หรือว่าลูกเรือทั้งหมดนั้นคิดที่จะยอมมอบตัวกันอย่างโดยดีจากนั้นทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้นำเอาตัวของกัปตันที่ได้เป็นกัปตันของเรือยูบี85และได้นำเอาตัวลูกเรือที่เหลืออยู่นำเอามาสอบสวน

จากนั้นด้านกัปตันเรือดังกล่าวก็ยังได้กล่าวอีกว่าในวันก่อนที่พวกลูกเรือนั้นจะคิดมอบตัวเรือของกัปตันได้ถูกสัตว์แปลกประหลาดได้พุ่งเข้ามาโจมตีที่เรือของเขาในจังหวะที่เรือยูบี85ได้ทำการชาร์จไฟที่บนผิวน้ำแต่ถึงอย่างไรก็ตามกัปตันเรือไม่สามารถที่จะกล่าวได้ว่ารูปลักษณะของมันนั้นเป็นอย่างไรเพราะตัวของเขาเองไม่เคยพบเห็นสัตว์ประหลาดตัวนี้มาก่อนเลยทั้งชีวิต

เนื่องจากเจ้าสัตว์ตัวนี้มันได้มีดวงตาที่ใหญ่ที่มีตำแหน่งไม่เหมือนกับสัตว์ชนิดต่างๆเพราะดวงตาของมันนั้นอยู่ที่กลางหน้าผากและมันยังมีสิ่งที่ดูคล้ายเหมือนอยู่ที่กลางหัวของมันอีกด้วยหากเจ้าสัตว์แปลกตัวนี้ได้อ้าปากฟันของมันนั้นก็จะสะเทือนกันแสงและยังสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจอ

แต่ถึงอย่างไรเจ้าสัตว์แปลกตัวนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะบอกชนิดของมันได้จากนั้นมันก็กำลังโจมตีที่เรือของกัปตันที่มันได้ใช้ลำตัวของมันนั้นกดไปที่ตัวเรือเพื่อจะทำให้เรือนั้นจมสู่ใต้ท้องทะเลและเมื่อมันได้เข้าโจมตีที่เรือของกัปตันจากนั้นลูกเรือก็ได้ใช้อาวุธยิงเขาไปที่ตัวสัตว์ประหลาดจากเหตุการณ์ที่ได้ยิงกับอยู่นานสัตว์ดังกล่าว

มันก็ได้หายไปในที่สุดนอกจากนี้ลำเรือและก็ลูกเรือไม่มีใครที่ชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นเลยแม้แต่คนเดียวแต่ถึงอย่างไรก็ตามเรือดำน้ำยูบี85ก็ได้รับความเสียหายที่ด้านข้างของเรือและบนด่านฟ้าอย่างรุนแรงและจึงไม่สามารถที่จะทำการดำน้ำได้จากนั้นก็ได้มีลำเรือของประเทศอังกฤษได้มาพบเข้าในเวลาต่อมา

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ทางเข้าbk8

สัตว์ที่หลงเหลือมาจากยุค100ล้านปีก่อน

Posted on 26 เมษายน 202026 เมษายน 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

มหาสมุทรมันคือดำแดนแห่งความลึกลับที่มันยากเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการโลกใต้ทะเลนั้นทั้งมืดมิดและกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยความอันตราย จึงได้ทำให้ในปัจจุบันเหล่านักวิทยาศาสตร์ สามารถได้ทำการออกสำรวจใต้มหาสมุทรได้แค่เพียง5/7%เท่านั้น และอีก90%นั้นที่ยังไม่ได้ทำการสำรวจ ซึ่งมันอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับที่มันได้หลงเหลือมาจากยุค100ล้านปี

ที่มันได้เข้ามาอาศัยอยู่ก็เป็นได้และวันพวกเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่มีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเลที่มันได้ถูกค้นพบจากภาพดาวเทียม

Giant Shark หรือฉลามยักษ์

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียประเทศแคนาดา ทั้งนี้ก็ยังได้รับรายงานอีกว่าได้พบสัตว์ที่ได้มีขนาดใหญ่ที่ได้เคลื่อนไหวอยู่ใต้ผิวน้ำของอ่าวเปอร์เซียจากนั้นเหล่านัดวิทยาศาสตร์ ก็ได้ทำการสำรวจจากภาพถ่านดาวเทียมโดยกูเกิลจากนั้นมันก็ยังได้ทำให้พวกเขานั้นจะต้องตกใจกับภาพที่พวกเขานั้นได้เห็นเป็นอย่างมาก

เพราะเนื่องจากว่ารูปภาพที่มันได้ปรากฎขึ้นมานั้นมันได้เป็นรูปภาพของเจ้าฉลามที่มีขนาดใหญ่ที่สันนิษฐานว่ามันน่าจะมีความยาวประมาณถึง70ฟุตกันเลยทีเดียว ทั้งนี้มันก็ยังได้เป็นปลาฉลามที่มีตัวขนาดใหญ่มากที่สุดเท่าที่ได้เคยมีการจดบันทึกมาเพราะมันได้มีความยาวแค่ประมาณ60ฟุตเท่านั้น

ซึ่งก็ได้ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถที่จะระบุได้ทันทีเลนว่ามันได้เป็นปลาฉลามอยู่ในสายพันธุ์ไหนกันแน่หรือคิดว่ามันอาจจะเป็นปลาฉลามในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มันได้หลงเหลือมาจากโลกอายุ100ล้านปีมันก็อาจจะเป็นไปได้

Megalodon

นอกจากนี้มันก็ยังได้มีเรื่องราวอีกมากมายที่ได้เข้าไปทำการสำรวจเพื่อที่จะได้พบกับเจ้าปลาฉลามMegalodon โดยผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านของสัตว์ทะเลมันก็ยังคงได้หาหลักฐานของสัตว์ที่มันได้มีชีวิตอยู่ซึ่งจะหาข้อพิสูจน์ที่มีความเกี่ยวข้องกับMegalodonที่มันยังได้อาศัยอยู่ในใต้น้ำทะเลระดับลึก

ทั้งนี้ทางด้านหน่วยชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่อยู่ประเทศออสเตรียพวกเขาก็ได้เปิดรูปภาพของเจ้าฉลามMegalodonที่มันได้ถูกจับภาพเอาไว้ได้โดยกูเกิล

ซึ่งมันไปอยู่ทางด้านชายหาดของประเทศออสเตรียแต่อย่างไรก็ตามมันได้ดูเหมือนว่าเป็นฉลามยักษ์เป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามก็ย่อมมีบุคคลที่จะโต้แย่งอีกด้วยว่าสิ่งดังกล่าวมันอาจจะเป็นแค่เพียงผิวเม็ดทรายที่มันอาจจะพัดเข้ามารวมกลุ่มกันและมันได้กลายมาเป็นรูปภาพแปลกๆเหล่านี้มากกว่าแต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังหาข้อสรุปได้ว่ารูปที่ถูกถ่ายได้นั้นมันได้เป็นรูปภาพของเจ้าปลาฉลามMegalodonจริงๆ

 

สนับสนุนโดย  next88

6 ข้อห้ามโบราณที่คนโบราณไม่ให้ทำ

Posted on 19 เมษายน 202019 เมษายน 2020Categories ตำนานTags

คนสมัยโบราณไม่ให้ชมเด็กว่าน่ารักเพราะว่าภูตผีวิญญาณจะนำไปอยู่ด้วยคนสมัยโบราณจึงไม่นิยมชมเด็กว่าน่ารักนั่นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยโบราณไม่ให้ชมเด็กว่าน่ารักก็เพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเด็กเกินไปค่ะ

คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าเหยียบธรณีประตูเพราะจะทำให้ถูกธรณีประตูสูบอยู่ใต้ดินนั่นเองค่ะคนสมัยก่อนจึงไม่นิยมเหยียบธรณีประตูนั่นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนไม่ให้เหยียบธรณีประตูก็เพราะคนสมัยก่อนไม่อยากให้มัวแต่คิดเรื่องอื่นๆจะไปสะดุดธรณีประตูจนขาแพลงนั่นเองค่ะ

คนในอดีตสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าตัดผมของตัวเองด้วยตัวเองจะทำให้ภูตผีวิญญาณที่เจ้าระเบียบมาเลียผมของเราให้ตรงนั่นเองค่ะเพราะเวลาเราตัดผมของเราเราอาจจะตัดผมของเราไม่ตรงนั้นเองค่ะ   แต่ความจริงแล้วที่คนโบราณไม่ให้เราตัดผมเองก็เพราะไม่อยากให้เรามาเสียใจที่เราตัดผมของเราไม่ตรงจนดูขี้เหล่นั่นเองค่ะและไม่อยากให้เสียใจทีหลังนั่นเองค่ะ

คนสมัยโบราณไม่ให้เดินข้ามหรือเหยียบหนังสือเพราะจะทำให้โง่ไปตลอดชาตินั่นเองค่ะและชาติหน้าจะไม่มีควมรู้นั่นเอง  แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยโบราณไม่ให้เหยียบหรือข้ามหนังสือก็เพราะอยากให้เรารู้คุณค่าของหนังสือ และอยากให้เราเก็บให้เป็นที่เป็นทางนั่นเองค่ะ

คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้านำวัวหรือควายเข้ามาเลี้ยงในวัดจะทำให้คนผู้นั่นพอตายไปจะกลายเป็นเปรตที่คอยมองผู้คนที่คอยผ่านไปผ่านมาและกว่าจะได้ไปเกิดก็นานมากนั้นเองค่ะ    แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนไม่ให้นำวัวและควายเข้ามาในวัดเพราะวัวและควายอาจจะทำสิ่งของมีค่าในวัดเสียหายนั่นเองค่ะและอึของมันยังส่งกลิ่นเหม็นนั้นเองค่ะ

คนในอดีตสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าชิมอาหารด้วยทัพพีเพราะจะทำให้ลูกของเรามีหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัวจนไม่มีใครอยากจะเล่นด้วย คนในอดีตสมัยโบราณจึงไม่นิยมชิมอาหารด้วยทัพพีเพราะกลัวว่าลูกที่เกิดมาจะหน้าตาอัปลักษณ์น่ากลัวจนไม่มีใครอยากจะเล่นด้วยเองค่ะและมันยังไม่มีมารยาทอีกด้วยค่ะ  แต่ความจริงแล้วที่คนในอดีตสมัยโบราณพูดอย่างนี้ก็เพราะไม่อยากให้เราชิมอาหารด้วยทัพพีเพราะน้ำลายของเราอาจจะเข้ามาในอาหารอาจจะเป็นการแพร่เชื้อโรคอีกอย่างนึงก็เป็นได้นั่นเองค่ะ 

ถ้าเพื่อนๆได้อ่านกันแล้วก็อย่าลืมทำตามด้วยค่ะ

รถยนต์ของผู้นำแต่ละประเทศ

Posted on 18 เมษายน 202018 เมษายน 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags

ประเทศเยรมัม/Audi A8

เยรมันนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้มีแบนร์ดรถยนต์ชั้นนำที่เป็นของตัวเองอยู่หลายเจ้าหยิบจับใช้สอยกันอย่างไปมาซึ่งรถยนต์ที่ประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีเยรมันแน่นอนว่าจะต้องเป็นแบนร์ดรถยนต์ภายในประเทศและแบนร์ดรถยนต์สุดหรูอย่าง ออดี้ ก็ได้มีการถูกเลือกมาให้ได้รับหน้าที่นี้โดยมันจะเป็นรถยนต์ในรุ่นAudi A8ซึ่งได้เป็นรุ่นที่พิเศาที่ได้ถูกติดเกาะเอาไว้อยู่ประมาณรอบๆคันและยังมีสมรรถนะและความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยม

ประเทศสหรัฐอเมริกา/Cadillac One

หลายคนก็คงจะคุ้นเคยกับลีมูซีนที่มีคันยาวที่ได้มีความพัฒนาอยู่บนพื้นฐานของรถยนต์จากค่ายคาดิลแลคกันมาเป็นอย่างดีเพราะนี้มันคือCadillac Oneหรือเจ้าของฉายาTHE BEASTซึ่งมันได้เป็นรถยน์ที่ประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งโดยว่ากันว่ารถยนต์คันนี้นั้นได้มาพร้อมกับความมารตรฐานที่ได้มีความปลอดภัยเป็นอย่างสูงที่สุด

ซึ่งได้ถูกอัดเข้าไปจึงทำให้รถยนต์นั้นได้มีน้ำหนักมากกว่า8ตันและยังรวมไปถึงกระจกที่ได้มีความหนาประมาณ5นิ้วและปานประตูนั้นได้มีความหนาประมาณ8นิ้วโดยมันมีความสามารถที่จะป้องกันภัยในอันตรายจากอาวุธที่หลากหลายรูปแบบทั้งในระเบิดมือทั้งลลูกระเบิดอีกทั้งแถมยังถังของน้ำมันนั้นยังได้มีการหุ้มเกราะ

เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าที่จะต้องทำให้ได้ถูกยิงเพื่อให้ถังของน้ำมันนั้นระเบิดอีกทั้งในตัวของรถยนต์ยังได้มีถังออซิเจนแยกสำหรับเอาไว้ใช้ในยามที่ฉุกเฉินในกรณีที่จะต้องติดอยู่ในรถยนต์อีกด้วยบอกได้เลยว่ามันเป็นรถยนต์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้กับรถยนต์ประจำตำแหน่งของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา

ประเทศไทย/Mercedes-BenzS600

สำหรับรถยนต์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเป็นรุ่นMercedes-BenzS600ได้เป็นรถที่กันกระสุนที่ได้ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับบุคคลVIPโดยเฉพาะโครงสร้างและวัตดุเหล็กกล้าที่ได้ใช้นำเอามาประกอบให้เป็นตัวรถยนต์คันนี้ได้ผ่านการทดสอบมารตฐานระดับความปลอดภัยvr9 ที่ได้เป็นมารตฐานสูงสุดในปัจจุบันสามารถป้องกันกระสุนM16ระเบิดที่มีน้ำหนักประมาณ15กิโลกกรัมระเบิดมือ

และอาวุธเบาไปทั้งหมดพร้อมติดตั้งกระจกนิรภัยที่ได้มีความหนาถึง4นิ้ว ซึ่งตัวรถยนต์คันนี้นั้นจะมีมูลค่าอยู่ที่19.5ล้านบาทเลยที่เดียว ทั้งนี้รถยนต์ของนายกในประเทศไทยนั้นก็ถือได้ว่าเป็นรถที่มีความปลอดภัยที่สูงมากพอๆกันกับรถประเทศเพื่อนบ้านเลยทีเดียวและยังได้ถูกผลิตออกมาเป็นพิเศษเพื่อนายกอีกด้วย

สิ่งที่ไม่ต้องปลุกเสกก็มีมนต์ขลัง

Posted on 12 เมษายน 202012 เมษายน 2020Categories ตำนานTags

จมุกเม่น

จะใช้หนังในส่วนที่มันเป็นใบหน้าของเม่นส่วนหน้าผากที่ลงมายังถุงจมูกแต่ก็ไม่ทราบว่าในตอนที่ได้นำเอามามันนั้นได้ตายแล้วหรือว่ามันยังไม่ตาย สรรพคุณป้องกันคุณไสยและป้องกันผู้ผีปีศาจได้โดยเฉพาะกันผีปอบวิธีใช้ให้นำเอาจมูกเม่นั้นเอานำมาวางไว้ที่ใต้ที่นอนหรือพกติดตัวเอาไว้ไกล้ๆตัวอยู่ตลอดเวลาและสำหรับเรื่องจมูกเม่นนี้ซึ่งได้มีข้อมูลที่น้อยมากเราจะเสริมข้อมูลของเรื่องปอบให้แล้วกันนะ ปอบนั้นก็คือผีบาป

ซึ่งไม่รู้จักคุณของพระพุทธศาสนาเพราะว่าไม่เชื่อถือในความดีและผลของการกระทำในการทำความชั่วเมื่อได้ตายลงไปแล้วก็จะกลายมาเป็นผีที่เร่ร่อน ซึ่งปอบนั้นก็จะเกิดขึ้นใน3แบบ1จะเกิดมาจากพวกว่าน2เกิดมาจากกับคนผู้ที่เรียนคาถาอาคม3ได้เกิดจากพวกหมอรำส่งสาเหตุที่ปอบนั้นได้มาเข้าสิงร่างคนที่ป่วยนั้นก็เพื่อที่จะดูดกลือนเอาชีวิตหรือพลังงานของชีวิต

มันจึงทำให้คนที่ได้ถูกสิงนั้นได้มีอาการที่เหนื่อยล้าทำให้โรคแทรกซ้อนถ้าผีปอบที่ยังไม่เก่งก็จะเข้าสิงคนที่ป่วยเพื่อแอบแผงกินคนป่วยถ้าผีปอบที่แข็งแกร่งคืออยู่มานานก็จะสามารถเข้าสิงคนธรรมดาได้โดยเฉพาะส่วนใหญ่เมื่อโนผีสิงก็จะมีอาการที่คล้ายกับผีเข้า เช่น ร้องไห้บ้าง โอดโอย แต่ถ้าถามวว่าชื่ออะไรส่วนมากผีปอบนั้นจะโกหกและจะไม่ยอมบอกความจริง

เดือยงูเหลือม

สำหรับเดือยงูเหลือมนั้นเป็นของที่มีอาถรรพ์ในตัวเองเดือยพญางูเหลือมได้มีของอาถรรพ์ที่มีอนุภาพอันศักดิ์สิทธิ์เป็นของวิเศษ ซึ่งตามธรรมชาติพญางูเหลือมจะมีเฉพาะเพศผู้และมีอายุมากเท่านั้นถึงจะมีเดือยได้นับได้ว่าเป็นของที่หายากมากโดยธรรมชาติของงูทั่วไปจะต้องเลือยออกไปหากินแต่พญางูเหลือมที่มีอายุมากๆจะไม่ออกไปหากินเหมือนงูทั่วไป

แต่จะหาอาณาเขตในการนอนรอเหยื่อเมื่อพญางูหิวอาหารจะมีเดือยงอกออกมาแถวๆไกล้รูถ่ายของเสียโดยที่มันจะใช้เดือยนี้วงเป็นอาณาเขตเป็นวงกลมๆรอบๆที่มันนอนอยู่ถ้าสัตว์ตัวใดที่ได้หลงเดนเข้ามาก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปเลยมันโดนคาถาต้องงมนต์สะกดนะจังงัง สัตว์เหล่านั้นจะเดินเข้าไปให้งูเหลือมกินอย่างสบายๆแม้แต่งูตัวเมียก็จะเดินเข้ามาให้ผสมพันธุ์อย่างไม่ขาดตำนานโบราณได้บันทึกไว้เป็นจารึกว่าเป็นของวิเศษยิ่งนัก

แต่การที่จะนำเอามาเป็นเครื่องรางต้องเอาตัวที่เฉพาะมันตายพายเท่านั้นคำว่าตายพายหมายถึงว่าตายเองเดือยพญางูเหลือมถึงจะขลังและทรงคุณค่ายิ่งนักการตายพายก็คือการแก่ตายหรือตายโหงหรือมีอุบัติเหตุเช่นไฟป่าครอกตายเป็นต้นเท่านั้นถึงจะขลังไม่ใช่จับมันมาแล้วเอามันมาฆ่าถ้าเป็นเดือยงูเหลือมแท้ๆที่โคนเล็บนั้นจะมีเนื้อเป็นก้อนเกาะกันแน่นไม่ว่าจะผ่านการตากแห้งเป็นเวลานานก็ตามมันจะไม่ยุบแห้งเหมือนอุ้มติดกระดูกเหมือนตีนไก่

ตำนานผีไม่มีหน้า ตำนานผีญี่ปุ่น

Posted on 10 เมษายน 202010 เมษายน 2020Categories ประวัติและตำนานTags

ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าผีไม่มีหน้าคือปีศาจโยไค  ซึ่งผีชนิดนี้จะมีรูปร่างเหมือนกันคนทุกอย่างต่างกันตรงที่ว่าผีไม่มีหน้าจะไม่มีส่วนไหนบนใบหน้าปรากฏเลยไม่ว่าจะเป็นปากตาหรือแม้แต่จมูกด้านหน้าจะเป็นผิวเข้มๆคล้ายๆเหมือนผิวของใครโดยมีการเชื่อกันว่า ผีไม่มีหน้านั้นก็คือตัวแล็คคูณนั้นเอง หรือชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า ทานุกิ 

โดยมีการเชื่อกันว่าสัตว์เหล่านั้นมีการแปลงร่างเป็นผีไม่มีหน้าเพื่อที่จะใช้ในการขับไล่มนุษย์เพื่อไม่ให้มนุษย์มารบกวนพวกมัน สมัยโบราณว่ากันว่าผู้คนต่างมักจะถูกผีไม่มีหน้าหลอกหลอนแต่ไม่เคยมีใครเลยที่จะถูกมันทำร้าย โดยมีการเล่ากันว่าก่อนที่พวกมันจะหลอกหลอนพวกมนุษย์นั้นพวกมันจะกลายร่างเป็นคนแล้วมาอยู่ใกล้ๆกับมนุษย์ก่อนหลังจากนั้น

เมื่อมนุษย์เผลอพวกมันจะมีการแปลงร่างให้ใบหน้าหายไปเหลือแต่ผิวเกลี้ยงๆเพื่อหลอกหลอนมนุษย์ ให้ตกใจแล้ววิ่งหนีไป  มีเรื่องเล่าในสมัยโบราณว่า มีชาวประมงขี้เกียจที่เคยจะไปจับปลาที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อเอามาขาย โดยชาวประมงคนดังกล่าวเดินทางไปจับปลาที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คนเดียว ใครห้ามก็ไม่ฟัง

และเมื่อเขาเดินทางมาถึงที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เขาก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาห้ามเขาไม่ให้ตกปลาในบ่อน้ำดังกล่าว แต่ชายประมงก็ไม่สนใจฟังจะตกปลาให้ได้ทำให้หญิงคนดังกล่าวกลายร่างเป็นผีไม่มีหน้าหลอกชาวประมงคนดังกล่าวและถึงแม้เขาจะวิ่งหนีมาถึงที่บ้านแต่ผีไม่มีหน้าก็ยังตามมาหลอกที่บ้านอีกด้วย 

ตำนานของประเทศญี่ปุ่นมักจะเล่ากันว่า ใครก็ตามที่ออกมานอกบ้านในตอนกลางคืนมักจะเจอกับผีไม่มีหน้าคอยหลอกผู้คน จึงทำให้ในสมัยโบราณผู้คนต่างนิยมไม่ออกนอกบ้านกันในตอนกลางคืนซึ่งเรื่องเล่านี้มีการเล่าขานต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการเล่าให้กับเด็กฟัง แต่ในปัจจุบันนี้ก็ไม่เคยมีใครที่จะเคยเจอกับผีไม่มีหน้าอีกเลย

ซึ่งหลายคนก็มองว่าตำนานผีไม่มีหน้านั้นอาจจะมีการแต่งเรื่องกันขึ้นมาเพื่อเป็นกุศโลบาย ไม่ให้คนออกนอกบ้านในยามค่ำคืน เพราะตอนกลางคืนมักจะมีอันตราย จึงได้มีการแต่งเรื่องให้ผู้คนหวาดกลัวจะได้ไม่ต้องออกจากบ้านในตอนกลางคืนกัน ในปัจจุบันตำนานผีไม่มีหน้า LINE มาเป็นนิทานให้เด็กๆได้ฟังก่อนนอนรวมถึงสร้างเป็นการ์ตูนให้เด็กๆได้ชมเพื่อความบันเทิงและในปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครที่จะกลัวผีไม่มีหน้าอีกต่อไป 

ตำนานผีแม่หม้าย

Posted on 7 เมษายน 20204 เมษายน 2020Categories ประวัติและตำนานTags ,

   เรื่องของผีแม่หม้ายนั้นเป็นเรื่องเล่าที่มีการเล่าขานกันมาอย่างยาวนานและถึงแม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีผู้คนที่มีความเชื่อว่ามีผีแม่หม้ายมาเอาชีวิตชายหนุ่มในหมู่บ้านไป 

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีแม่หม้ายนั้นมักจะเกิดขึ้นทางภาคอีสานด้วยความลึกลับนี้มักจะเกิดขึ้นตามหมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านชนบทส่วนใหญ่โดยมีความเชื่อกันว่าหมู่บ้านไหนที่มีผู้ชายตายติดต่อกันหลายๆคนงั้นแสดงว่ามีผีแม่หม้ายออกอาละวาดมาเอาตัวชายหนุ่มในหมู่บ้านไปทุกคนจะต้องมีการหาวิธีการที่จะแก้ไขไม่ให้ผีแม่หม้ายมานำชีวิตของผู้ชายในหมู่บ้านไปได้สำหรับความลึกลับนี้มักจะพบว่าผู้ชายในหมู่บ้านที่ตายมักจะมีอายุราวๆ 20 ปีถึง 50 ปีเท่านั้น

และเมื่อใดก็ตามที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าผีแม่หม้ายอาระวาดผู้ชายในหมู่บ้านก็มักจะเสียชีวิตกันอย่างต่อเนื่องโดยส่วนใหญ่จะมีอาการไหลตายนั่นก็คือนอนหลับในตอนกลางคืนตื่นเช้ามาชายหนุ่มเหล่านั้นก็จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยซึ่งอาการนี้ชาวบ้านต่างก็เรียกว่าอาการไหลตายโดยเชื่อกันว่าผีแม่หม้ายมาเอาวิญญาณชายหนุ่มเหล่านี้ไปหลายหมู่บ้านได้มีวิธีการที่จะแก้ไขไม่ให้ผีแม่หม้ายมาเอาตัวชายหนุ่มของบ้านของตนเองไป

ซึ่งบางครั้งหากมีเหตุการณ์ผีแม่หม้ายอาระวาดบางบ้านก็จะนำป้ายมาแขวนไว้ที่หน้าบ้านเขียนว่าบ้านนี้มีแต่ผู้หญิง   หรือบางๆก็จะมีการนำปลัดขิกมาห้อยไว้ที่หน้าบ้านซึ่งเมื่อผีแม่หม้ายมาเห็นปลัดขิกมันก็จะเอาปลัดขิกไปแทนโดยชายเจ้าของบ้านก็จะไม่เสียชีวิต ซึ่งบางหมู่บ้านก็จะใช้วิธีการนำเสื้อสีแดงมาแขวนไว้ที่หน้าบ้านซึ่งก็ถือว่าหากผีแม่หม้ายมาอยู่ที่บ้านใครและเห็นเสื้อสีแดงแขวนอยู่แสดงว่าบ้านนั้นไม่มีผู้ชายผีแม่หม้ายก็จะไม่เอาชีวิตคนในบ้านมันไป

  ซื้อเสื้อสีแดงที่มีการแขวนนั้นจะต้องเป็นเสื้อผ้าใหม่หากเป็นเสื้อผ้าเก่าที่เคยใช้แล้วก็จะไม่สามารถหลอกผีแม่หม้ายได้เช่นเดียวกันและยังเคยพบว่าบางคนมีความเชื่อว่าหากผู้ชายคนไหนทาเล็บผีแม่หม้ายก็จะไม่มาเอาชีวิตไปเช่นเดียวกันเพราะว่าผีแม่ม่ายจะเข้าใจว่าชายหนุ่มที่ทาเล็บนั้นไม่ใช่ผู้ชายแต่เป็นสาวประเภทสอง

ดังนั้นผีแม่หม้ายจะไม่มารับตัวเหล่านี้ไปซึ่งวิธีการแก้เคล็ดผีแม่ม่ายนั้นมีมากมายหลายวิธี แล้วแต่ว่าหมู่บ้านไหนจะมีความเชื่อและมีการทำต่อๆกันมาเป็นแบบไหนหรือบางคนผลักล้มหน้าก็จะมีการนำวิธีการที่เคยได้ยินว่าเป็นการไล่ผีแม่หม้ายมาใช้กับตัวเองซึ่งบางบ้านก็ทั้งแขวนเสื้อสีแดงทั้งทาเล็บแดงรวมถึงทั้งแขวนปลัดขิกเนื่องจากเกรงกลัวว่าผีแม่หม้ายจะมาเอาชีวิตไปไปในทางความเป็นจริงตามหลักของทางวิทยาศาสตร์แล้ว

มีความเชื่อกันว่าคนส่วนใหญ่ที่นอนหลับแล้วตายไปแสดงว่าร่างกายอาจจะมีอาการขาดน้ำกะทันหันซึ่งวิธีการแก้ไขมักการนิยมให้คนกินน้ำก่อนที่จะนอนเพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำในช่วงที่นอนหลับ 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay

ตำนานพระพูดได้ ที่วัดศรีชุม

Posted on 4 เมษายน 20203 เมษายน 2020Categories ประวัติและตำนานTags ,

     ที่จังหวัดสุโขทัยมีวัดแห่งหนึ่งชื่อว่าวัดศรีชุมซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยมีประวัติอันยาวนานเกี่ยวกับการที่พระนเรศวรได้ยกทัพไปสู้รบกับข้าศึกไม่ว่าจะเป็นกับคนไทยด้วยกันหรือกลับพวกพม่ารามัญที่บุกมารุกรานประเทศไทยโดยที่วัดศรีชุมนี้จะมีตำนานเล่าขานต่อๆกันมาถึงความอัศจรรย์ของพระพุทธรูปองค์หนึ่งชื่อว่าพระพุทธอจนะ 

ซึ่งปัจจุบันพระพุทธอจนะยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชุมและถือเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยปัจจุบันวัดศรีกรุงอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีผู้คนมากมายเดินทางเข้าไปกราบไหว้พระพุทธอจนะกันอย่างไม่ขาดสายซึ่งมีเสียงเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธอจนะกันมากมายรวมถึงการที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมความสวยงาม

ทางประวัติศาสตร์และความสวยงามของสถานที่ในอุทยานมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพระพุทธอจนะที่วัดศรีชุมว่าในครั้งหนึ่งในสมัยที่พระนเรศวรจะต้องเดินทางไปสู้รบกลับเมืองอื่นๆซึ่งเป็นเมืองของคนไทยด้วยกันเองทหารส่วนใหญ่ไม่มีกะจิตกะใจที่จะออกไปสู้รบ  เพราะไม่อยากฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

แต่พระนเรศวรเห็นว่าถ้าหากไม่ออกไปทำร้ายข้าศึกศัตรูแล้วบ้านเมืองที่พระนเรศวรดูแลอยู่ก็จะถูกข้าศึกศัตรูเข้ามาทำร้ายตัวเองจึงได้ออกอุบายเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหารทั้งหลายได้มีกำลังใจที่ออกไปสู้ข้าศึกศัตรูในครั้งนี้โดยมีการนำทหารมาอยู่ที่บริเวณวัดศรีชุมเพื่อทำการไหว้สักการะพระพุทธอจนะก่อนที่จะเดินทางไปออกศึกและขณะเดียวกันพระนเรศวรก็ได้ให้ทหารนายนึงไปยืนอยู่ด้านหลังพระพุทธอจนะ

และระหว่างที่เหล่าทหารทำการกราบไหว้พระพุทธอจนะทหารคนที่อยู่ด้านหลังพระพุทธอจนะ ก็จะให้พรเหล่าทหารทั้งหลายที่อยู่ด้านหน้าเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เหล่าทหารที่อยู่ด้านหน้าพระพุทธอจนะได้ออกไปสู้รบกับข้าศึกศัตรูอย่างอาจหาญ ซึ่งเหล่า ทหารที่อยู่ด้านหน้าพระพุทธอจนะต่างก็คิดกันว่าพระพุทธอจนะพูดได้

จึงพากันในการที่จะออกไปสู้รบกับข้าศึกศัตรูในครั้งนั้นเป็นอย่างมากซึ่งทางที่จริงแล้วนี่เป็นเพียงกลอุบายของพระนเรศวรที่เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหารกล้าเท่านั้นเองและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตำนานของพระพุทธรูปพูดได้ที่วัดศรีชุมก็มีการเล่าขานตั้งแต่นั้นจนมาถึงปัจจุบันซึ่งที่วัดศรีชุมแห่งนี้เคยเป็นวัดที่มีการจัดพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ

มากมายเช่นพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่วัดแห่งนี้ชาวบ้านและประชาชนต่างก็มากราบไหว้บูชาพระพุทธอจนะซึ่งถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุโขทัยเลยทีเดียวเรียกได้ว่าวัดศรีชุมเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมายาวนานในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและเป็นวัดที่อยู่ในช่วงประวัติศาสตร์ของการทำศึกสงครามกับข้าศึกศัตรู

 

ให้การสนับสนุนโดย  9luck

ประเพณีล้านนา ประเพณียี่เป้ง

Posted on 29 มีนาคม 202026 มีนาคม 2020Categories ประเพณีและตำนานTags

  สำหรับประเพณียี่เป็งเป็นประเพณีของชาวภาคเหนือที่นิยมจัดกันทุกปี โดยจะเลือกจัดงานตรงกับวันลอยกระทงของปีนั้นนั้น คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณ เดือนพฤศจิกายน  ยี่เป็งเป็นภาษาล้านนา โดยมีการแยกคำออกมาว่า ยี่ ในทางภาษาของลานนานั้นหมายถึง เดือนสอง

ซึ่งเดือนนี้เป็นเดือนพฤศจิกายนของทุกปีในความหมายของคนล้านนา ส่วนคำว่าเป็งนั้น ในภาษาล้านนาหมายถึง พระจันทร์ในคือวันเพ็ญวันจันทร์ขึ้นเต็มดวง  สำหรับการจัดเตรียมงานฉลองเทศกาลยี่เป็งนั้นทางชาวล้านนาจะมีการเตรียมตัวกันตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งวันดังกล่าวจะเป็นการเริ่มต้นการเตรียมงาน โดยจะเป็นการเรียมข้าวของ

ทั้งอาหาร ขนมและอื่นอื่นอีกมากมาย สำหรับจะเอาไว้ไปทำบุญทีวัดในวันขึ้น 14 ค่ำ และพอตกลางคืนของวันขึ้น 15 ค่ำก็จะเป็นการเริ่มงานประเพณียี่เป็ง โดยภายในงานจะมีการจัดทำกระทงไปลอยในแม่น้ำ ซึ่งถือว่าเป็นการลอยกระทงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าและสิ่งศักดิ์ทุกองค์ตามความเชื่อของชาวล้านนา รวมถึงการขมาต่อแม่น้ำคงคา ที่มีการนำน้ำในแม่น้ำลำคลองมาใช้สำหรับกินและอาบ

ซึ่งในวันนี้ชาวบ้านต่างก็จะพากันจัดทำโคมเพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือนให้มีความสวยงาม รวมถึงจะมีการจัดงานทำบุญ ฟังเทศมหาชาติ ซึ่งชาวบ้านจะนำโคมมาตกแต่งทำซุ้มประตู นำมาประดับตกแต่งภายในงานที่จะใช้สำหรับให้พระสงฆ์นั่งเทศนาอีกด้วย นอกจากนี้ยังจะมีการประดับไฟทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างสวยงาม

ในตอนพลบค่ำชาวบ้านต่างก็จะมารวมกันเดินทางไปที่โบสถ์เพื่อบูชาเทียน โดยมีความเชื่อกันว่าเป็นการต่อชะตา สะเดาะเคราะห์ และรับโชค รับพร โดยจะมีการทำไส้เทียนเท่ากับอายุตัวเอง และยังมีการเขียนวันเดือนปีเกิดตัวเองลงในกระดาษสา และเมื่อนำไปประกอบพิธีกรรมในโบสถ์เสร็จแล้วก็จะนำเทียนดังกล่าวกลับมาใช้ที่บ้าน ทั้งเอาไว้จุดบูชาพระ  จุดดอกไม้ไฟ หรือเอาไว้จุดปล่อยโคมไฟ 

     สำหรับเทศกาลประเพณียี่เป็งนี้ นอกจากทำบุญ และลอยกระทงแล้ว สิ่งที่เป็นไฮไลของงานที่ผู้คนนิยมเดินทางร่วมงานประเพณียี่เป็งกันมากที่สุดก็คือ การจุดโคมไฟให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยจะมีโคมไฟลอยขึ้นฟ้าเป็นจำนวนมากกว่า หนึ่งพันดวง ทำให้ท้องฟ้าสวยงามมองขึ้นไปเหมือนมีดาวเต็มท้องฟ้าไปหมด

ซึ่งท้องฟ้าในวันนี้จะเป็นเหมือนแสงสีแสด เปล่งประกายระยิบระยับ และประเพณีจัดกันทุกจังหวัดของภาคเหนือ แต่จะมีการจัดงานกันแบบยิ่งใหญ่ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวงานมากที่สุดคือที่ จังหวัดเชียงใหม่

ข้อที่แท้จริงของคำว่ายากูซ่า

Posted on 26 มีนาคม 202026 มีนาคม 2020Categories ประวัติและตำนานTags

คุณอาจจะเคยสงสัยกับคำว่ายากูซ่าของกลุ่มคนผู้ที่มีอิทธิพลมืดในประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นจากการ์ตูนภาพยนตร์หรือว่าตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์และในวันนี้เราจะพาคุณมารู้จัดกับสิ่งที่เกี่ยวกับความจริงกับยากูซ่าที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ที่มาของคำว่า ยากูซ่า 

คำว่ายากูซ่า มีที่มากจากการเล่นไพ่โออิโช คาบุ ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งก็ได้มีกติกาอยู่ว่าให้ผู้เป็นในแต่ละบุคคลนำตัวเลขที่ได้มีอยู่บนไพ่นำเอามาบวกกับแล้วนำเอาตัวเลขตัวสุดท้ายเอามานับเป็นคะแนน ยกตัวอย่างเช่น อาจว่าคุณหยิบได้ไพ่หมายเลข 8 9 และ 3 จะมีผลรวมเท่ากับ 20 ซึ่งหมายความว่าตอนนี้คุณมีเพียง 0 คะแนนเท่านั้นและมันก็แย่มากๆโดยที่การนับเลขแบบญี่ปุ่นดั่งเดิมจะอ่านออกเสียง 8 9 และ 3 ว่า ยา กู และ ซ่า ตามลำดับและเหตุผลที่พวกเขานั้นได้เรียกว่า ยา กู ซ่า นั่นก็เป็นเพราะว่าคนที่ถือไพ่ชุดนี้จะต้องมีความสามารถสูงและเก่งกาจจริงๆเท่านั้นจึงจะสามารถที่จะพลิกสถานการณ์เป็นผู้ชนะได้

ยุคแรกเริ่มของ ยากูซ่า แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีใครที่จะสามารถฟันธงได้อย่าง100%ว่ายากูซ่าได้มีจุดกำเนิดมาอย่างไรแต่ก็มีนักวิชาการบางกลุ่มได้สันนิษฐานว่า ยากูซ่า นั้นได้มีกำเนิดมาจากคนรับใช้ของโชกุน หรือ ที่เรีกกันว่า ฮาตาโมะ ยักโกะ และในปีศตวรรที่17 ได้เกิดความวุ่นวายในทางการเมืองในประเทศญี่ปุ่นจึงได้ทำให้กลุ่มที่ได้อ้างตัวเองว่าเป็นผู้ที่รับใช้โชกุลและได้ออกมาประกาศตัวว่าพวกเขาได้เป็นพวกผู้ที่รักษากฏระเบียบและได้ปกป้องทุกคนจากภัยอันตรายและนั่นจึงได้ทำให้พวกเขานั้นได้เรียกเก็บเงินจากกลุ่มของชาวบ้านเพื่อที่จะเป็นค่าตอบแทน

การปกครองภายในแก๊งยากูซ่า และในการที่คุณนั้นจะได้เข้ามาเป็นสมาชิกของแก๊งยากูซ่าได้นั้นก่อนอื่นเลยคุณก็จะต้องตัดขาดความสัมผัสทั้งหมดออกจากครอบครัวของคุณจากนั้นคุณเองก็จงมอบความจงรักภักดีทั้งหมดให้กับหัวหน้าแก๊งและคุณจะต้องคิดว่าสมาชิกภายในแก๊งนั้นคือคนในครอบครัวและสุดท้ายคุณเองก็จะต้องงเชื่อฟังคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าคุณโดยในครอบครัวของยากูซ่านี้จะมีการปกครองอย่างมีลำดับขั้น ซึ่งได้มี โอยะบุนเป็นผู้นำที่สูงสุด รองลงมาก็จะเป็น วาคากาชิระ ที่เป็นผู้ที่สั่งการระดับภูมิภาค จากนั้นก็จะเป็นระดับ เคียวได หรือ ผู้ที่เป็นะระดับปกครองระดับท้องถิ่น และ โคบุนที่ได้เป็นลูกน้องระดับล่างสุด