ความขัดแย้งของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตมี3ขั้วด้วยกัน

Posted on 17 กรกฎาคม 202017 กรกฎาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

ในส่วนโลกของสหรัฐนั้นมันก็ได้มีทฤษฎีอยู่อย่างหนึ่งพวกเขามักคิดที่จะเชื่อในทฤษษฎีโดมิโน ซึ่งทฤษฎีโดมิโนมันได้หมายความว่าถ้าหากว่าเราได้ปล่อยให้โดมิโดตัวแรกนั้นได้ล้มลงไป นั่นมันก็จะหมายความว่าหากเราได้ยอมให้ประเทศหนึ่งได้กลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปลัทธิของคอมมิวนิสต์มันก็จะแพร่ขยายไปอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนั้นเหมือนกับการที่เราได้ผลักโดมิโนในประเทศข้างเคียงกันให้มันได้ล้มต่อๆกันไปจนมันได้กลายมาเป็นคอมมิวนิสต์กันหมดอันนี้มันเป็นทฤษฎีโดมิโน

ส่วนอุดมการของฝั่งคอมมิวนิสต์ถ้าเผื่อว่าจะให้สำเร็จไปตามทฤษฎีของคอมมิวนิสต์จริงๆแล้วมันก็จะต้องทำลายชนชั้นนายทุนให้หมดไปโดยสิ้นเชิง

หมายความว่าก็จะต้องเปลี่ยนให้ทุกประเทศในโลกเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เสียก่อนนั่นมันคือเรื่องของสงครามเย็นและสงครามตัวแทน

แต่ทว่าสงครามตัวเองในเอเชียนี้โดยเฉพาะแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มันไม่ได้เหมือนกับสงครามตัวแทนอื่นๆในโลกไม่เหมือนในยุโรป 

ซึ่งได้มีการแบ่งเยอรมันตะวันออกกับเยอรมันตะวันตกหรือในแบ่งของอเมริกาใต้ที่ได้มีการขั้วของการขัดแย้งคืออิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะมีความซับซ้อนมากกว่านั้นเพราะว่าดันมีถึง3ขั้วอำนาจด้วยกัน โซเวียตไปทะเลาะกับกับจีนหลายคนอาจะงง 

เพราะว่าเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนกันไม่ใช่เหรอจะมาทะเลาะกันได้อย่างไร

ในราวปี1950-1960 ที่สงครามเย็นกระจายออกไปทั่วโลกจีนและสหภาพโซเวียตก็ได้ตัดความสัมพันธ์กันทั้งๆที่ได้เป็นประเทศคอมมิวนิสต์เหมือนกันซึ่งเราได้เรียกเหตุการณ์ตรงนี้ว่า Sino-Soviet split 

เหตุการณ์แยกวงนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปี1956 ในตอนนั้นโจเซฟสตาลิน ผู้นำสูงสุดของโซเวียตเสียชีวิตลงและก้ได้มีผู้นำคนใหม่ นายนิกิต้า ครุชชอฟ ได้ขึ้นมาแทน

ซึ่ง นายนิกิต้า ครุชชอฟ ก็ได้มีไอเดียใหม่ๆที่ไม่ต้องการให้สหภาพโซเวียตเป็นคอมมิวนิสต์ในแบบเดิมที่ได้เป็นลัทธิบูชาตัวบุคคลเพราะก่อนหน้านี้ในยุคของสตาลิน โซเวียตก็ไม่สามารถที่จะไปถึงฝั่งฝันของการที่จะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ตามทฤษฎีได้จริงๆเช่นเดียวกันกับประเทศคอมมิวนิสต์ทั้งหลายในโลก

สุดท้ายแล้วสตาลินก็กลายมาเป็นเผด็จการที่ได้มีการยกตัวเองนั้นได้เป็นผู้นำสูงสุดบังคับให้ทุกคนนั้นต้องเชื่อฟังเพื่อที่ชาติเรานั้นจะได้รอกพ้นจากภัยจักรวรรดินิยมของอเมริกาจึงได้ทำให้โซเวียตของในยุคสตาลินทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความอดอยากยากจนได้มีการกำจัดศัตรูทางการเมืองที่หนักหน่วงมีการสังหารหมู่มีนักโทษเต็มไปหมดทั้งในคุกและค่ายที่ได้ใช้แรงงานในไซบีเรียเป็นการปกครองที่โหดเหี้ยมกดหัวประชาชนไม่ต่างอะไรที่เป็นเผด็จการเฉยๆเลย

 

สนับสนุนโดย  entaplay เครดิต ฟรี

การปฏิวัติของฝรั่งเศส

Posted on 15 กรกฎาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

เมื่อได้พูดถึงการปฏิวัติฝรั่งเศสคุณจะนึกถึงอะไรบ้าง ซึ่งหลายคนก็อาจจะเห็นภาพ กีโยติน เคร่องประหารที่ได้ตั้งใจผลิตขึ้นมาเพื่อความเสมอภาคหรือ พระนางมารี อังตัวเน็ต ราชินีของพระเจ้าหลุยส์ที่16ที่เค้าได้เม้ามอยกันว่ามีประโยคที่โด่งดังตลอดกาลของนางก็คือ “Let them eat cake” หรือไม่มีขนมปังก็ทำไมไม่กินเค้กกันล่ะ

ซึ่งมันก็ไม่ได้มีหลักฐานใดๆตรงไหนเลยที่จะบ่งบอกว่านางพูดแบบนั้นจริงๆหรือบางคนก็อาจจะนึกถึง Do You Hear The People Sing เพลงดังจากละคร เรื่องLes Miserables ซึ่งอันที่จริงเหตุการณ์ที่ละครพูดถึงได้เป็นการลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลที่ได้เกิดขึ้นในภายหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสถึง43ปีเลยทั้งนี้ยังได้มีการเข้าใจผิดกันเยอะว่าการปฏิวัติของฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1789 ที่ได้มีการล้มราช วงศ์บูร์บอง

แล้วฝรั่งเศสก็ปกครองในระบอบ สาธารณรัฐมาจนถึงปัจจุบันอันที่จริงแล้วหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสปี1789 ทางฝรั่งเศสก็เข้าๆออกๆระหว่างระบอมสมบูรณาญาสิทธิราชย์ระบอบเผด็จการทหารและระบอบสาธารณรัฐอยู่หลายรอบกว่าที่จะเป็นสาธารณรัฐ โดยสมบูรณ์และมั่นคงก็82ปีหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสอันโด่งดังที่เรารู้จักกัน

วันนี้เราจะมาดูกันว่าหลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสที่เริ่มจากการบุกถล่มคุกบาสตีลล์ ในวันที่14กรกฎาคม 1789 แล้วเรื่องราวใน82ปีต่อมาเกิดอะไรขึ้นบ้างการปฏิวัติของฝรั่งเศสก็ได้เริ่มขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ในวันที่14กรกฎาคม 1789 โดยได้ใช้หมุดหมายการถล่มคุกบาสตีลล์ของประชาชนชาวปารีสเป็นสัญลักษณ์แต่ความไม่พอใจต่อกษัตริย์ขุนนางและระบบการปกครองนั้นได้คุกรุ่นมาก่อนหน้านั้นพอสมควรแล้วทั้งนี้เรื่องที่ สำคัญที่สุดคือเรื่องของปากท้อง เศรษฐกิจ

และ การเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมเศรษฐกิจของฝรั่งเศสเริ่มตกต่ำมาตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่15และที่ปรึกษาทางการคลังของพระเจ้าหลุยส์ที่15โด่งดังมาในความสามารถที่จะเก็บภาษีได้แบบมีประสิทธิภาพสุดๆภาษีไม่มีกระเด็นกลุ่มคนที่ถูกเก็บภาษียิบย่อยและเก็บแบบดุมากที่สุดก็คือประชาชนชั้นล้าง ชาวนาและผู้ใช้แรงงานทั้งหลาย

ส่วนเหล่าฐานันดรที่1กคือ ศาสนจักรและฐานันดรที่2คือขุนนางแทบไม่ต้องเสียภาษีกันเลยนอกจากนี้ชนชั้นใหม่คือชาวบ้านที่ค้าขายจนเป็นคนเป็นเศรษฐีใหม่หรือนิวมันนี่ที่เรียกว่าพวก บูร์ชวาส์ก็มักจะหาทางซิกแซ็กหลีกเลี่ยงภาษีได้เหมือนกัน สรุปว่าชาวบ้านชาวนาฝรั่งเศสทำงานเลี้ยงเจ้าและขุนนางตั้งแต่เกิดตายนั่นล่ะพอเข้าพระเจ้ารัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่16สถานการณ์ก็สุกงอมพอดี

เพราะนอกจากจะเสียภาษีกันจนแทบไม่มีกินแล้วยังเกิดภัยธรรมชาติรุนแรงติดต่อกันหลายปีข้าวสาลีที่ใช้ทำขนมปังก็ขาดแคลนเมื่อไม่มีขนมปังและประชาชนโกรธแค้นก็เลยเป็นที่มาของ “ไม่มีขนมปังก็กินเค้กสิ”

 

สนับสนุนโดย  entaplayทางเข้า

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นบุกชิงเมืองนานกิง

Posted on 10 กรกฎาคม 202010 กรกฎาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

สำหรับเรื่องนี้จะเป็นสาระที่เกี่ยวกับต่างประเทศสักเล็กน้อยเป็นโศกนาฏกรรมที่ถูกบันทึกไว้ในจารึกประวัติศาสตร์โลกเลยว่าความโหดร้ายแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วจริงๆมันมีความรุนแรงและโหดร้ายและได้มีความโหดเฮียมกว่าข่ายกักกันที่ข่ายนาซีเสียอีกเป็นเรื่องเกี่ยวกับในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเป็นเรื่องของเหตุการณ์ในอดีตที่ประเทศญี่ปุ่นได้บุกเข้าโจมตีประเทศจีน

สงครามโลกก็ต้องรบฆ่าฟันกันมันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ทำไมเหตุการณ์นี้ถึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษนี่ ได้เป็นเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นได้บุกเข้าโจมตี เมืองนานกิง ไม่เพียงแต่รบลาฆ่าฟันเพื่อตีชิงเมืองแต่สิ่งที่ชาวจีนนั้นรับไม่ได้นั่นก็คือ ฆ่าข่มขืนหญิงทุกเพศทุกวัยเหตุการณ์ครั้งนี้หลายๆ คนอาจจะรู้จักกันดีว่านี่คือโศกนาฏกรรมนานกิง

ได้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์นองเลือดที่โหดร้ายที่ได้เกิดขึ้นมาในอดีตของเราเลยก็ได้หลายๆคนอาจจะยังไม่คุ้นหูในชื่อของเมืองนานกิงสักเท่าไหร่ แต่ว่าเมืองนานกิงนั่นมันเคยเป็นเมืองหลวงในประเทศจีนมาก่อนในประวัติศาสตร์นี้ว่ากันว่า เหตุการณ์สังหารหมู่นานกิงนี้ได้มีชาวนานกิงที่ได้เสียชีวิตประมาณ250,000-300,000คนกันเลยทีเดียว

ซึ่งหนึ่งในจำนวนของผู้เสียชีวิตที่มากนั้นคือผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ใหญ่วัยรุ่นคนแก่ล้วนถูกฆ่าข่มขืนทั้งหมด ซึ่งวันนี้เราก็จะมาย้อนรอยในประวัติศาสตร์ที่ได้เกิดขึ้นมาจริงๆบนโลกของเรา เรื่องราวได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมในปี2480 หลังจากที่ก่อทัพญี่ปุ่นได้เข้ายึดเมืองเซียงไฮ้ได้ไม่นานก็เริ่มที่จะขยายอำนาจอาณาเขตไปยังเมืองหลวงของจีนในสมัยนั้นนั่นก็คือ เมืองนานกิงนั่นเอง

ก่อนที่จะเข้าเมืองนานกิงทหารญี่ปุ่นได้บุกเข้าโจมตี เมืองซูโจวและได้สังหารประชากรภายวในเมืองราวเกือบ3.5แสนคนได้ฆ่าทิ้งทั้งหมดเมืองแห่งนี้ก็ได้เหลือคนเพียงแค่500คนเท่านั้นเอง จากการสังหารของทหารญี่ปุ่นจนกระทั่งรุ่งเช้าของวันที่13ธันวาคมทหารญี่ปุ่นได้บุกเข้าโจมตีเมืองนานกิง

โดยใช้เวลาเข้าบุกโจมตีเมืองนานกิงเพียงแค่สี่วันเท่านั้นแต่มันไม่ใช่เหตุการณ์สังหารหมู่เหมือนกับเมืองอื่นๆมิเช่นนั้นแล้วเหตุการณ์เมืองนานกิงจะไม่เป็นที่จดจำหากทหารญี่ปุ่นไม่ทำสิ่งนี้หลังจากที่บุกเข้ายึดเมืองนานกิงได้แล้วกองทัพญี่ปุ่นก็เริ่มฆ่าชาวจีนอย่างโหดเฮียมโดยที่ไม่ได้มีความปราณีใดๆเลยบางรายถูกฆ่าหั่นศพและได้นำเอาศพไปให้สุนัขกิน

บางรายโดยทรมานหลากหลายวิธีมากๆเลยแต่วิธีที่โหดร้ายอีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือทหารญี่ปุ่นจะผูกชาวนานกิงเอาไว้กับแผ่นไม้กระดานแล้วนำเอาแผ่นไม้กระดานนี้วางเรียงกันเอาไว้ที่พื้นเป็นจำนวนมากแล้วให้รถถังวิ่งทับที่ละร่างๆไปจนเสียชีวิต

 

สนับสนุนโดย  next88 esports

ตำนานคำสาปสุสานของฟาโรห์

Posted on 5 กรกฎาคม 20205 กรกฎาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

เมื่อช่วงเวลาหลายร้อยปีก่อนหน้านั้น เคยมีผู้ที่ไม่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องของคำสาป ได้เข้าไปท้าทายเนื้อความที่ได้มีการเขียนไว้ในสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun ซึ่งเป็นฟาโรห์องค์ที่สิบสองของอียีปห์โบราณ และก็เนื้อความที่เขียนเอาไว้ว่าเป็นคำสาปในสุสานของ ฟาโรห์ Tutankhamun มีใจความที่แปลได้ทำนองว่า

ถ้าหากผู้ใดก็ตามที่มาข้องเกี่ยวแล้วก็ทำให้หลุมฝังศพที่นี้ไม่สุขสงบแล้วละก็มันผู้นั้นต้องมีอันเป็นไป และก็แน่ๆผู้ที่เข้าไปภายในสุสานของ ฟาโรห์ Tutankhamun และก็ไปยุ่งกับทรัพย์สมบัติของฟาโรห์ Tutankhamun ก็มักจะเสียชีวิต อย่างปริศนา สำหรับประวัติความเป็นมาขององค์ฟาโรห์ Tutankhamun นั้นพระองค์สิ้นพระชนในวัยแค่เพียง สิบแปดชันษาเพียงแค่นั้น

รวมทั้งเมื่อองค์ฟาโรห์ Tutankhamun สิ้นพระชน พระองค์ก็ถูกพระญาติที่ต่อมาได้เป็นกษัตรต่อจากพระองค์ ได้กระทำการลบชื่อออกมาจากของฟาโรห์ Tutankhamun ออก จากทำเนียบการเป็นกษัตร ซึ่งนั้นเองที่เป็นสาเหตุว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีนักประวัติศาสตร์คนไหน รู้จักความเป็นมาของพระองค์เลย จวบจนกระทั่งช่วงวันที่ 4 เดือนพฤศจิกายน ปี คริสต์ศักราช 1922

คณะขุดทองคำคนประเทศอังกฤษก็ได้พากันลักลอบเข้าไปขุดหาทองคำและก็หาทรัพย์สมบัติในสุสานดังที่กล่าวมาแล้วซึ่งสุสานที่นี้มีอายุโบราณมากยิ่งกว่าสามพันปีมาแล้ว แล้วก็มีเรื่องมีราวเล่าออกมาว่านักขุดทองคำทั้งสิ้นที่ลักลอบเข้าไปหาทรัพย์สมบัติในสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun นั้นต่างก็จะต้องมาสังเวยชีวิตให้กับสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun ร่วมกันทุกคนซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีเรื่องมีราวราวชวนหัวลุกไม่เหมือนกันออกไป

รวมทั้งครั้งใดก็ตามสุสานขององค์ฟาโรห์ Tutankhamun ถูกคนเข้าไปก่อกวนเมื่อใดก็ตามก็มักจะมีคนจำเป็นต้องเสียชีวิตต่อคำสาปลี้ลับนี้ทุกหนไป แล้วก็นับจากนักโบราณคดีศึกษาค้นพบสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun ที่นี้ รวมทั้งมีการเข้าไปตรวจด้านในของสุสานนั้นก็ปรากฏว่ามีผู้ที่จำต้องเสียชีวิตเพราะเหตุว่าสุสานฟาโรห์ Tutankhamun ที่นี้ไปแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบคนมาแล้ว แล้วก็เพราะว่าที่สุสานที่นี้มีคำสาปที่มีอาถัณฑ์นั่นเอง

ทำให้องค์ฟาโรห์ Tutankhamun นั้น ยังคงได้พักในสุสานที่นี้อย่างเงียบๆบ่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้เนื่องจากว่าคำสาปนี้เปรียบได้ดั่งกับเป็นเกาะคุ้มครองไม่ให้ไม่ว่าใครก็ตามที่คาดหวังต้องการจะได้ทรัพย์สมบัติของฟาโรห์ Tutankhamun ไม่สามารถที่จะเข้าไปก่อกวนพระองค์ได้นั่นเอง

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับสุสานขององค์ฟาร์โรห์ของอียิปห์นั้น มีนักโบราณคดีวิทยา ศึกษาและทำการค้นพบสุสานเยอะแยะหลายสุสานร่วมกัน แล้วก็ทุกสุสานก็ชอบมีคำสาปที่เอาไว้สาปแช่งผู้ที่เข้าไปรื้อถอนค้นทำลายความสงบเงียบภายในสุสาน

 

สนับสนุนโดย  betbb

ซากปริศนาที่ได้ถูกพบโดยบังเอิญ

Posted on 3 กรกฎาคม 20203 กรกฎาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

ผลจากนิวเคลียร์

สื่อท้องถิ่นของเมืองซัสซโนวีบัวร์ในประเทศรัสเซียได้เผยภาพซากมัมมี่ของสิ่งมีชีวิตปริศนา ซึ่งมีลักษณะค่อนข้างแปลกโดยได้มีกะโหลกศรีษะที่ยาวที่เท้ามีกรงเล็บและไม่มีคอทำให้หลายคนเชื่อว่าสิ่งนี้อาจเป็นซากของมนุษย์ต่างดาว ซากปริศนาดังกล่าวได้ถูกพบโดยชาวบ้านสองคนที่บริเวณชายฝั่งริมแม่น้ำคอฟวาชิผลจากการตรวจสสอบที่สถานบันชีวกลศาสตร์แห่งรัสนายาสก์ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสิ่งนี้คืออะไรจึงได้มีการสันนิษฐานว่ามันอาจจะเป็นซากของสิ่งมีชีวิตที่กลายพันธุ์ เนื่องจากตำแหน่งที่พบนั้นได้อยุ่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลนินกรัดที่เคยเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง

มัมมี่แมวป่า

ว่ากันว่าซากมัมมี่ของสิ่งที่มีชีวิตนี้ได้ถูกพบโดยช่างทำกุญแจชาวตุรกี ซึ่งได้บังเอิญเจอในห้องปิดตายที่ชั้นใต้ดินของบ้านเขา เมื่อเดือนกุมภาพันธุ์ปี2016 ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยนีเด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่ไม่สามารถระบุได้เลยว่าสิ่งนี้เป็นกระดูกของสัตว์ชนิดใดแต่เชื่อว่าน่าจะเป็นของสัตว์ล่าเนื้อที่สูญพันธุ์ไปนานแล้วโดยอารยธรรมบริเวณนั้นอาจจะรู้วิธีการทำมัมมี่

ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงยุคศตวรรษที่10ถึงศตวรรษที่13และด้วยความยาวของลำตัวนั้นซากเหล่านี้ที่ได้พบมันได้มีความยาวประมาณ1เมตร ซึ่งมันน่าจะเป็นแนวป่าขนาดใหญ่สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งแต่ทว่าไม่น่าจะเป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่ในยุคปัจจุบันถ้าหากว่าทำการหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสีรวมถึงการตรวจสอบดีเอ็นเอคาดว่ามันน่าจะสามารถระบุได้ว่า สิ่งมีชีวิตปริศนานี้ที่แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่

ซากปริศนาที่รัสเซีย

เมื่อเดือนสิงหาคมปี2016หนังสือพิมพ์ ไซบีเรียน ไทมส์ ได้มีรายงานว่าในขณะที่คนงานกำลังขุดทรายในเมืองเพชรที่ได้ตั้งอยู่ในเมืองอูแดชนีประเทศรัสเซียก็ได้พบเข้ากับซากของสัตว์ปริศนา ซึ่งคนงานต่างก็ได้เชื่อกันว่า ซากมัมมี่นี้ อาจจะเป็นซากของไดโนเสาร์ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เหมืองไซบีเรียนแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี1974โดยใช้ระเบิดปรมาณูขนาด1.7กิโลตันสร้างหลุมที่ลึก98เมตร

ซึ่งในการระเบิดมันจึงทำให้พบชั้นทรายในยุคมีโซโซอิกที่อยู่ในช่วงประมาณจาก252ถึง65ล้านปีก่อนแต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า ซากสิ่งมีชีวิตนี้มันอาจจะเป็นสัตว์ที่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมของยุคปัจจุบันอย่าเช่น เซเบิล หรือ มาร์เทิน เท่านั้น แต่ถ้าหากว่ามันได้เป็นสัตว์ของยุคในปัจจุบันจริงๆแล้วเหตุใดมันจึงได้ถูกฝังอยู่ในชั้นทรายที่ลึกเช่นนั้นได้ซึ่งมันก็ยังเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่มันได้ถูกพบโดยบังเอิญ

 

สนับสนุนโดย  entaplay มือถือ

สาเหตุของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์

Posted on 24 มิถุนายน 202024 มิถุนายน 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

โดยสาเหตุที่เขาได้คาดการณ์กันว่าอะไรมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งนี้จากที่บันทึกไว้เขาได้บอกเอาไว้ว่า สาเหตุของการสูญพันธุ์ในครั้งนี้มันน่าจะเกิดมาจากพืชนิดหึ่งที่ได้เติบโตขึ้นมาบนดินที่มีลักษณะรากยาวมากและฝั่งลึกลงไปจนถึงชั้นหินมันเลยทำให้ไออ้อนต่างๆได้ถูกปลดปล่อยออกมาด้วย คำว่าไออ้อนที่เราได้พูดถึงตรงนี้มันจะเป็นทั้งสารอาหารของพืช ซึ่งเมื่อพืชหรือสาหร่ายได้รับสารอาหารไออ้อนตัวนี้เข้าไปมันจะทำให้สาหร่ายและพืชพันธุ์ใหญ่โตมากขึ้นแล้ว

ก็ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วและยังได้มีไออ้อนบางส่วนที่ได้ละลายสู่แม่น้ำและมหาสมุทรเลยทำให้สาหร่ายที่อยู่ในมหาสมุทรก็ได้มีการขยายพันธุ์และได้มีการเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วและสาหร่ายในทะเลที่ได้มีการเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั้นมันได้ไปดูดออกซิเจนในน้ำมันเลยทำให้สิ่งมีชีวิตในท้องทะเลได้ตายลงไปเป็นจำนวนมาก

และมันก็ได้สูญพันธุ์ลงไปในที่สุด ต่อมาได้เกิดสาเหตุการขึ้นเมื่อประมาณ252ล้านปีก่อนในยุคของเพอร์เมียน – ไทรแอสซิก โดยบันทึกเขาได้บอกว่าในยุคนี้คือยุคที่มีการสูญพันธุ์ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเขาได้สันนิษฐานว่าได้มีสิ่งมีชีวิตในทะเลได้สูญพันธุ์ไปกว่า95%และสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังบนบกกว่าอีก70%

หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือมันแทบจะหมดโลกเลยก็ว่าได้ โดยสาเหตุการสูญพันธุ์ครั้ใหญ่ที่สุดในโลกในครั้งนี้มันก็ได้มีการถกเถียงกันมาโดยตลอดว่ามันเกิดมาจากอะไรภูเขาไฟระเบิดอุณหภูมิโลกเปลี่ยนหรืออุกกาบาตชนโลกคือมันไม่ได้มีทฤษฎีที่แน่นอนและหลักฐานที่บอกได้ว่ามันเกิดขึ้นมาจากอะไร เนื่องจากว่ามันไม่ได้มีสมมุติฐานใดๆ

เพียงสมมุติฐานเดียวที่สามารถอธิบายในการเกิดครั้งนี้ได้จึงได้มีการรวมทฤษฎีและสมมุติฐานเข้าด้วยกันและสรุปออกมาได้ความว่ามีการปะทุของภูเขาไฟครั้งใหญ่ใน ไซบีเรีย ในยุคปัจจุบันมันเลยทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาตรมหาสารจึงส่งผลให้มีเทนคาเทรตละลายก๊าซมีเทนที่ถูกกักเก็บไว้จึงถูกปลดปล่อยออกมาอย่างมหาสารเช่นกัน

ทั้งคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนต่างก็เป็นก๊าซเรือนกระจกจึงทำให้โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วและทำให้ออกซิเจนในน้ำทะเลได้ลดลงไปอย่างรวดเร็วแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนมันจึงได้ผลิตไฮโดรเจน HSHอย่างมหาสารและมันได้ถูกปล่อยสู่มหาสมุทรจนทำให้สิ่งมีชีวิตในท้องทะเลได้ตายไปกว่า95%กันเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน สมัครฟรี

ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อธรรมจักรที่วัดธรรมามูล วรวิหารจังหวัดชัยนาท 

Posted on 28 พฤษภาคม 202028 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

           สำหรับหลวงพ่อธรรมจักรนั้นเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดชัยนาทเลยก็ว่าได้ซึ่งหลวงพ่อธรรมจักรนั้นว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปตั้งแต่สมัยเชียงแสนตอนปลายจนถึงสุโขทัยตอนต้นหรืออาจจะมีการผสมผสานร่วมสมัยกับสมัยอยุธยาด้วยก็ได้ซึ่งไม่มีหลักฐานระบุที่แน่ชัดแน่นอนแต่ด้วยหลวงพ่อธรรมจักรนั้นเป็นพระพุทธรูปที่มีความสูงถึง 4.5 เมตร

เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นลักษณะของพระพุทธรูปทรงปางห้ามญาติส่วนประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อธรรมจักรที่ชาวจังหวัดชัยนาทให้ความเคารพนับถือ นั้นเล่ากันสืบต่อกันมาว่าที่จริงแล้วหลวงพ่อธรรมจักรนั้นคือหนึ่งในพระพุทธรูปจำนวน 3 รูปที่ว่ามีการลอยตามกันมาในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อครั้งสมัยอยุธยานั่นเอง

โดยตามตำนานบอกว่ามีด้วยกันทั้งหมด 3 องค์ด้วยกันแต่จริงๆแล้วเชื่อว่ามีทั้งหมด 4 องค์ซึ่งองค์แรกนั้นก็คือหลวงพ่อโสธรที่วัดโสธรวรมหาวิหารโดยประดิษฐ์ฐานอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา   ส่วนองค์ที่ 2 นั้นว่ากันว่าเป็นหลวงพ่อวัดบ้านแหลมซึ่งตอนนี้ประดิษฐานอยู่ที่วัดบ้านแหลมจังหวัดสมุทรสงคราม   และหลวงพ่อองค์ที่ 3 คือหลวงพ่อที่อยู่วัดไร่ขิงจังหวัดนครปฐม  ซึ่งหลวงพ่อองค์ที่ 4 นั้นคือหลวงพ่อธรรมจักร ที่อยู่วัดธรรมามูลวรมหาวิหารจังหวัดชัยนาทนั่นเอง

โดยตามตำนานมีการเชื่อกันว่าเมื่อมีพระพุทธรูปลอยตามน้ำมาหลวงพ่อธรรมจักรนั้นได้มีการลอยมาวนเวียนอยู่แถวบริเวณหน้าวัดธรรมามูลวรมหาวิหารซึ่งลอยติดอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนั้นได้มีพระภิกษุสงฆ์ผ่านมาเห็นเข้าจึงได้พยายามจะนำหลวงพ่อธรรมจักรขึ้นมาจากน้ำแต่ก็ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ในวัดธรรมนูญจึงได้มีการช่วยกันทำพิธีอัญเชิญเพื่ออัญเชิญให้หลวงพ่อมาประจำประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้ในตอนแรกนั้นไม่ว่าจะมีการนำสายสิญจน์มาผูกกับพระพุทธรูปแล้วช่วยกันดึงยังไงก็ไม่สามารถที่จะดึงพระพุทธรูปขึ้นมาจากน้ำได้ซึ่งตลอดทั้งวันทั้งชาวบ้าน

และพระภิกษุสงฆ์อ่างต้องพยายามช่วยกันที่จะดึงพระพุทธรูปขึ้นมาจากน้ำแต่ก็ไม่สามารถที่จะดึงขึ้นมาได้จวบจนใกล้จะค่ำแล้ว ทุกคนจึงได้มีการแยกย้ายกันกลับบ้านและมีความตั้งใจกันว่าวันรุ่งขึ้นจะมาอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำกันใหม่แต่เมื่อเช้าขึ้นมาทุกคนต่างก็ต้องอัศจรรย์ใจกันเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าองค์พระพุทธรูปที่ลอยตามน้ำ

และพยายามจะพากันขึ้นมาจากแม่น้ำนั้นปรากฏว่ามาประดิษฐานอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าเรียบร้อยแล้วซึ่งไม่มีใครรู้ว่าองค์พระพุทธรูปขึ้นมาจากน้ำได้อย่างไรหลังจากนั้นทั้งพระภิกษุสงฆ์และประชาชนก็พากันอัญเชิญพระพุทธรูปเข้าไปประดิษฐานอยู่ที่ภายในบริเวณวัดและมีการเรียกชื่อฐานพระพุทธรูปองค์นี้ว่าหลวงพ่อธรรมจักรนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไฮโล

ประวัติความเป็นมาวัดมหาธาตุ

Posted on 23 พฤษภาคม 202023 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

มั่นใจว่าหลายๆคนอาจเคยขับขี่รถผ่านวัดมหาธาตุหรือแม้แต่บางบุคคลบางครั้งอาจจะเคยเข้าไปบูชาขอพระพระพุทธรูปที่อยู่ข้างในวัดซึ่งปัจจุบันนี้วัดมหาธาตุจะเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่มากยิ่งกว่าร้อยปี ตอนแรกวัดมหาธาตุเคยเป็นวัดที่ใช้สำหรับจัดงานพิธีบูชาต่างๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในยุคนั้น

ถัดมาได้มีการเกิดศึกสงครามวัดมหาธาตุได้ถูกศัตรูก่อไฟเผา ทำศิลปะด้านในวัดรวมทั้งเจดีย์ต่างๆได้รับความเสียหาย เปลี่ยนเป็นซากปรักหักพัง ซึ่งตอนนี้ราษฎรที่เข้าไปในวัดมหาธาตุมักจะไปเพื่อศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสมัยก่อนเพราะว่าวัดที่นี้สร้างมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช 1917

โดยถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แต่ว่าพระองค์ทรงเสด็จสวรรคตซะก่อน ทำให้วัดนี้ยังสร้างไม่เสร็จ

แต่ว่าถัดมาในยุคของพระนเรศวรก็ได้ให้ช่างกลับมาสร้างวัดที่นี้ต่อจนกระทั่งเสร็จแล้วก็เปลี่ยนเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย เพราะว่าวัดที่นี้ถูกสร้างกลางใจของตัวเมือง ด้วยเหตุนี้ในยุคกรุงศรีอยุธยา พระนเรศวรก็เลยทรงใช้วัดนี้สำหรับในการจัดพระพิธีต่างๆ

สำหรับที่วัดมหาธาตุนี้นับได้ว่าเป็นวัดโบราณ

อีกวัดที่อยู่คู่กับจังหวัดอยุธยามาอย่างช้านาน ผ่านการใช้งานจากพระมหากษัตรมากมายหลายพระองค์ แล้วก็ผ่านการสู้รบมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งลำดับที่สอง ประเทศพม่าได้เผาวัดหลายวัดในกรุงศรีทิ้ง

ซึ่งหนึ่งในวัดที่ถูกเผาเป็นวัดมหาธาตุ ตอนนี้ความสวยสดงดงามที่เคยมีเปลี่ยนเป็นเหลือแค่ซากที่หักพังทลายแต่ว่าก็ยังสามารถแลเห็นความงามที่เคยมีมาในอดีตกาลได้ สำหรับที่วัดมหาธาตุนี้มีสิ่งก่อสร้างจำนวนมากด้วยกัน ซึ่งก็คือ พระปรางค์ขนาดใหญ่แต่ว่าตอนนี้ไม่อาจจะหาดูได้แล้วเพราะว่าได้พังทลายไปแล้ว

เจดีย์แปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างแตกต่างจากวัดที่แห่งไหนมีเพียงแต่ตรงนี้ที่เดียวในโลก โดยจะมีทั้งสิ้น 4 ชั้นด้วยกัน , วิหารที่ฐานชุกชี

ซึ่งตรงนี้เคยมีประวัติเล่าว่ามีคนเคยมาแอบลักลอบขุดเพื่อหาทรัพย์สมบัติแต่ว่าไม่อาจจะเจาะจงได้ว่าโจรที่มาขุดได้อะไรไปบ้างแต่ว่าทางกรมศิลป์ได้มาขุดเพิ่ม

ซึ่งได้เจอกับของเก่าที่มีการซุกซ่อนไว้อยู่จำนวนมาก , วิหารเล็กเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวดูเนื่องจากว่าจะมีลักษณะขอรากไม้พันรอบเศียรของพระพุทธรูปเอาไว้ , พระปรางค์ขนาดกลาง แล้วก็ตำหนักพระสังฆราช สำหรับที่มีการตกแต่งไว้อย่างสวยงามในอดีตกาล สำหรับในการเข้ามาเคารพบูชาวัดมหาธาตุจะเปิดให้คนเข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายซึ่งตอนนี้ที่วัดที่นี้คนที่รักในศิลป์ความสวยชอบเข้ามาวาดภาพหรือมาถ่ายภาพรวมทั้งเป็นสถานที่ทรรศนะศึกษาเล่าเรียนของเหล่าเด็กนักเรียน

 

สนับสนุนโดย  โหลด bk8

ความแตกต่างระหว่างขั้วโลกเหนือ กับ ขั้วโลกใต้

Posted on 19 พฤษภาคม 202019 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

หากได้กล่าวถึงสถานที่ที่มีความหนาวมากที่สุดบนโลกของเรา ซึ่งเราก็มักจะได้ยินว่าขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้แม้ทั้งสองดินแดนจะมีอากาศที่หนาวเย็นติดลมเช่นเดียวกันที่มีพื้นที่เป็นน้ำแข็งที่ไกลสุดขอบฟ้าเหมือนกันแต่ในความเหมือนก็มีความแตกต่างที่มันจะทำให้คุณนั้นจะต้องทึ่งกันเลยทีเดียวขั้วโลกเหนือมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่าArctic

ส่วนขั้วโลกใต้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษที่ชื่อว่าAntarcticaที่มาจากคำว่าแอนตาร์กติกอสในภาษากรีกแปลว่าตรงข้ามกับทางเหนือถึงแม้ว่าทั้งสองขั้วโลกจะถูกปกคุมไปด้วยน้ำแข็งเหมือนกันแต่ลักษณะภูมิประเทศของทั้งสองนั้นมันดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับขั้วโลกเหนือนั้นได้เป็นมหาสมุทรที่ได้ถูกล้อมรอบไปด้วยพื้นดินแต่ในขั้วโลกใต้เป็นพื้นดินที่ถูกล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทร

ที่ขั้วโลกเหนือจะมีสัตว์เจ้าถิ่นคือหมีขั้วโลกแต่ไม่มีนกเพนกวินอาศัยอยู่ส่วนขั้วโลกใต้จะมีสัตว์เจ้าถิ่นคือนกเพนกวินแต่กลับไม่มีหมีขั้วโลกอยู่เลย ซึ่งในความแตกต่างเหล่านี้ล้วนแต่มันได้มีความหมายเป็นของตัวมันเองแต่กลับมีน้อยคนนักที่จะรู้วันนี้เราจะพาคุณมาพบกับความแตกต่างระหว่างขั้วโลกเหนือ กับ ขั้วโลกใต้ และในความแตกต่างของทั้งสองขั้วโลกนั้นมันจะเป็นยังไงเรามาดูกันเลย

สถานที่ตั้งขั้วโลกเหนือหรือที่ได้เรียกกันว่าอาร์กติกเป็นแผ่นน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่มันถูกล้อมรอบได้ด้วยแผ่นดินแผ่นของน้ำแข็งนั้นมีความหนาประมาณ1-3เมตรที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรอาร์กติกแผ่นน้ำแข็งเหล่านี้ได้เกิดจากน้ำทะเลที่มันได้แข็งตัวจากนั้นก็ได้กลายมาเป็นน้ำแข็งและมีหิมะเข้ามาปกคุมพื้นที่ในขั้วโลกเหนือได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศต่างๆได้แก่ประเทศแคนาดารัฐอลาสก้าของประเทศสหรับอเมริกาเดนมาร์กในเกาะกรีนแลนด์รัฐเชีย

นอร์เวย์สวีเดนฟินแลนด์และไอร์แลนด์ อุณหภูมิของขั้วโลกเหนือมันมีความไม่แน่นอน เนื่องจากว่าน้ำแข็งที่ได้มีการเคลื่อตัวอยู่ตลอดเวลาในช่วงฤดูร้อนขั้วโลกเหนือมันจะมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ประมาณ23.5องศาเซลเซียสส่วนขั้วโลกใต้หรือที่เรียกว่าแอนตาร์กติกาเป็นพื้นน้ำแข็งที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่มันถูกล้อมรอบได้ด้วยมหาสมุทร

ซึ่งน้ำแข็งที่มันอยู่เหนือแผ่นดินมันได้มาจากการสะสมกันของชั้นน้ำแข็งที่มีความหนาถึง1.6กิโลเมตรกันเลยทีเดียวขั้วโลกใต้ไม่ได้เป็นดินแดนของประเทศใดทั้งสิ้น สำหรับฤดูของขั้วโลกใต้มันจะตรงกันข้ามกับขั้วโลกเหนือกันโดยสิ้นเชิงซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งสองนั้นมันมีความแตกต่างกันทั้งสองขั้วโลก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ฝากเงิน

ประวัติศาสตร์มวยไทย กับ คิกบ็อกซิ่ง

Posted on 18 พฤษภาคม 202018 พฤษภาคม 2020Categories ประวัติศาสตร์Tags ,

วันนี้เราจะมาชมไฟต์ประวัติศาสตร์อีกหนึ่งไฟต์ และ ไฟต์นี้มันก็ทำให้ฝรั่งชาวต่างชาติต่างก็ได้ให้ความยอมรับของมวยไทยและหลังจากนั้นก็ได้มีการหันมาฝึกมวยไทยกันอย่างมากมายและไฟต์นี้มันก็ได้เป็นการชกของช้างเผือกได้เจอกับแชมป์ของอเมริกา สำหรับรูฟัสนั้นได้เป็นแชมป์เบอร์หนึ่งที่มีความโด่งดังมากที่สุดในอเมริกาในชั่งโมงนั้นและ

หลังจากนั้นก็ได้เชิญให้มวยไทยของเรานั้นได้เข้าไปเจอกับเขาเพื่อหากีฬาในการต่อสู้ที่เป็นที่สุดในลูกนี้ช้างเผือกก็ได้โดนเตะเข้าไปถึงกับทำให้ฟันยางหลุด ซึ่งฝั่งด้านช้างเผือกนั้นโดนหนักมากตั้งแต่ระฆังได้เริ่มขึ้น ซึ่งทางด้านรูฟัสนั้นได้เป็นคนที่มีความเก่งมากซึ่งก็โดนมักเข้าไปถึงกับต้องล้มกันเลยทีเดียวจากนั้น

ก็ทำให้เขามีอาการไม่ค่อยดีช้างเผือกนั้นโดนทั้งเตะทั้งต่อยยังหาจังหวัดของมวยไทยเข้าไม่ทันและสำหรับรูฟัสนั้นเป็นเบอร์หนึ่งในชั่วโมงนั้นหากเขานั้นเอาชนะน๊อกมวยไทยได้พวกเขาก็อาจจะไม่ยอมรับมวยไทยจนมาถึงทุกวันนี้ในช่วงจังหวะเวลานั้นด้วยแม่ไม้มวยไทยหัวใจของช้างเผือกก็โดนรูฟัสทีบหน้าจึงทำให้ทางฝั่งของรูฟัสนั้น

ได้ใจกันอย่างเต็มที่ที่ได้ขยี้ต่อยช้างเผือกของเราแต่สำหรับช้างเผือกนั้นก็ยังมีหัวใจของนักมวยเขาก็ได้มีการปรับแผนในช่วงยกที่สองและหันมาเจาะยางด้านรูฟัสแต่ก่อนเคยแต่ไล่เตะแต่คนอื่นเดินเจาะยางอย่างเดียวจึงทำให้ฝรั่งนั้นถึงกับพูดไม่ออกเลยในช่วงนั้นซึ่งช้างเผือกนั้นเขาจะเจาะยางอย่างเดียวและอย่างอื่นไม่สน แชมป์มือหนึ่งของอเมริกาหรอ ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นสิ จากนั้นทางด้านรูฟัสซักไม่ค่อยอยากจะสู้ต่อเพราะโดนเจาะยางเข้าไปหลายลูกอยู่เหมือนกั

จึงทางแพทย์ก็ได้เข้ามาถามว่ายังไหวหรือไม่ แต่ตัวของรูฟัสเองเขาเป็นถือแชมป์มวยอเมริกาเขาจะยอมไม่ได้และยิ่งไปในบ้านและทุกสื่อเขายังบอกอีกว่าตัวเขาเองนั้นจะต้องชนะมวยไทยเท่านั้นเพื่อกำหลาบและในยกแรกก็ดูเหมือว่ามันจะเป็นแบบนั้นแต่เข้ายกสองและยกสามช้างเผือกนั้นจับทางได้ซึ่งมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตัวรูฟัสนั้นคิดเอาไว้ซึ่งรูฟัสนั้นจะแพ้ไม่ได้เขาจะต้องชนะฝ่ายเดียวเท่านั้นซึ่งเขาก็ได้มองว่าเรานั้นอยู่ด่อยกว่าเขาและเขานั้นก็จะต้องชนะเพื่อเป็นการโปรโหมดการกีฬาของอเมริกา

มันควบคู่ไปกับธุรกิจอยู่แล้วและคิกบ็อกซิ่งเขากำลังจะสร้างของเขาที่จะเอามาชกกับมวยไทยเพื่อที่จะโชว์ว่าคนประเทศตัวเองอยู่เหนือกว่ายกแรกขึ้นเวทีมาดูเหมือนว่าจะดีโดนช้างเผือกเตะเจาะยางอย่างเดียวจนล้มลงไปนอนกับพื้นและแพ้ไปในที่สุด หลังจากนั้นมาฝรั่งก็ทราบซึ้งเป็นอย่างมากเพราะรับรู้แล้วว่าคิกบ็อกซิ่งไม่สามารถเปรียบเทียบกับมวยไทยได้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 ทางเข้า