ตำนานผีถ้วยแก้ว

Posted on 9 กรกฎาคม 20209 กรกฎาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเรื่องของผีถ้วยแก้วนั้นได้มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่พวกเขาไม่เชื่อในเรื่องของลี้ลับเด็กกลุ่มนี้เขาก็พยายามที่จะลองของเพื่อที่จะหาสิ่งลี้ลับไม่ว่าจะเป็นกลางป่าช้าการทำลายศาลหรือในการพูดลบหลู่ในพื้นที่ต่างๆเด็กพวกนั้นเขาก็ไม่เคยเจอของดีอะไรเลยแต่มีอยู่วันหนึ่งเขาก็ได้ยินชื่อเสียงเกี่ยวกับผีถ้วยแก้วเด็กเหล่านั้น

เขาก็เลยคิดที่อยากจะลองของจากนั้นเด็กกลุ่มนี้เขาก็ได้นำเอาผีถ้วยแก้วนำเอาไปลองเล่นที่กลางป่าช้าเพราะเขาได้บอกเอาไว้ว่าถ้าหากเล่นผี่ถ้วยแก้วกลางป่าช้าจะสามารถพบเจอผีในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมันง่ายมากๆ ซึ่งกลุ่มเด็กเหล่านั้นได้นำเอาผีถ้วยแก้วเข้าไปในป่าช้าในขณะที่พวกเขากำลังเดินไปก็ได้มีเด็กคนหนึ่งเขาได้พูดไปในระหว่างทางและได้พูดท้าทายอยู่ตลอดเวลาว่า “ถ้าพวกมึงมีอยู่จริงพวกมึงออกมาให้กูเห็นเลยกูไม่เชื่อหรอกว่าพวกมึงมีอยู่จริงถ้ามึงแน่มึงออกมาเลย”

พอหลังจากที่สิ้นสุดคำท้าทายนั้นแล้ว สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือในขณะที่พวกเขาเดินในตอนแรกมันไม่มีลมและก็ไม่มีอากาศถ่ายเทเลยต้นไม้นิ่งสนิทแต่พอเด็กคนนั้นได้พูดเสร็จแล้วกลับกลายเป็นว่าได้มีลมพัดเข้ามาทำให้ใบไม้ต้นไม้สั่นกันในระดับหนึ่งอีกทั้งยังได้มีเสียงของหมาหอนอยู่ตลอดเวลาและหลังจากที่เด็กคนนี้ได้มีการตะโกนออกไปพวกเขาก็ได้เริ่มเล่นผีถ้วยแก้ว

ปรากฏว่าในขณะที่พวกเขากำลังเล่นไปมันก็ไม่ได้มีอาการเคลื่อนของแก้วแต่อย่างใดจนทำให้พวกเขาหงุดหงิดและไม่พอใจสรุปแล้วการเล่นไหนมันจะสามารถทำให้ได้เจอผีได้บ้างเขาก็เลยทำการาตะโกนออกมารอบที่สองได้ท้าทายแรงกว่ารอบแรกอีกและในครั้งนี้มันไม่ได้เหมือนกับรอบแรกเพราะว่าในครั้งนี้หลังจากที่พวกเขาได้ตะโกนไป

ปรากฏว่าแก้วที่พวกเขาทั้งสามสี่คนได้เล่นผีถ้วยแก้วกันอยู่มันก็เกิดอาการวนรอบกระดานอย่างรุนแรงแบบที่ไม่มีทิศทาง ซึ่งเด็กทั้งสี่คนนั้นเขาก็ได้หันมาถามกันว่ามันได้มีใครดันแก้วหรือเปล่าปรากฏว่าไม่มีใครดันแก้วเลยเพราะทุกคนได้ปล่อยนิ้วจิ้มลงไปเบาๆ โดยที่ไม่ได้มีการออกแรงเลยแม้แต่นิดเดียวเลย

ซึ่งตอนนั้นหลายๆคนก็เริ่มแปลกใจและเขาก็คือว่ามันอาจจะเป็นปรากฏการอะไรก็เป็นได้เขาก็ยังไม่เชื่อกันอยู่ดีจนสุดท้ายแล้วเด็กคนที่ได้ตะโกนท้าทายรอบบแรกกับรอบสองเขาก็ได้ตะโกนขึ้นมาอีกรอบหนึ่งและครั้งนี้ได้มีเหตุการแปลกเกิดขึ้นถึงขั้นที่ว่าแก้วที่มันได้วนๆอยู่บนกระดานนั้นอยู่ดีๆมันก็ได้แตกกระจายจนทำให้เศษแก้วกระเด็นเข้ามาปักที่แขนของคนนั้นและได้เป็นบาดแผลขนาดใหญ่

 

ขอขอบคุณ  entaplay  ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานผีแม่หม้าย

Posted on 7 เมษายน 20204 เมษายน 2020Categories ประวัติและตำนานTags ,

   เรื่องของผีแม่หม้ายนั้นเป็นเรื่องเล่าที่มีการเล่าขานกันมาอย่างยาวนานและถึงแม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีผู้คนที่มีความเชื่อว่ามีผีแม่หม้ายมาเอาชีวิตชายหนุ่มในหมู่บ้านไป 

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีแม่หม้ายนั้นมักจะเกิดขึ้นทางภาคอีสานด้วยความลึกลับนี้มักจะเกิดขึ้นตามหมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านชนบทส่วนใหญ่โดยมีความเชื่อกันว่าหมู่บ้านไหนที่มีผู้ชายตายติดต่อกันหลายๆคนงั้นแสดงว่ามีผีแม่หม้ายออกอาละวาดมาเอาตัวชายหนุ่มในหมู่บ้านไปทุกคนจะต้องมีการหาวิธีการที่จะแก้ไขไม่ให้ผีแม่หม้ายมานำชีวิตของผู้ชายในหมู่บ้านไปได้สำหรับความลึกลับนี้มักจะพบว่าผู้ชายในหมู่บ้านที่ตายมักจะมีอายุราวๆ 20 ปีถึง 50 ปีเท่านั้น

และเมื่อใดก็ตามที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าผีแม่หม้ายอาระวาดผู้ชายในหมู่บ้านก็มักจะเสียชีวิตกันอย่างต่อเนื่องโดยส่วนใหญ่จะมีอาการไหลตายนั่นก็คือนอนหลับในตอนกลางคืนตื่นเช้ามาชายหนุ่มเหล่านั้นก็จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยซึ่งอาการนี้ชาวบ้านต่างก็เรียกว่าอาการไหลตายโดยเชื่อกันว่าผีแม่หม้ายมาเอาวิญญาณชายหนุ่มเหล่านี้ไปหลายหมู่บ้านได้มีวิธีการที่จะแก้ไขไม่ให้ผีแม่หม้ายมาเอาตัวชายหนุ่มของบ้านของตนเองไป

ซึ่งบางครั้งหากมีเหตุการณ์ผีแม่หม้ายอาระวาดบางบ้านก็จะนำป้ายมาแขวนไว้ที่หน้าบ้านเขียนว่าบ้านนี้มีแต่ผู้หญิง   หรือบางๆก็จะมีการนำปลัดขิกมาห้อยไว้ที่หน้าบ้านซึ่งเมื่อผีแม่หม้ายมาเห็นปลัดขิกมันก็จะเอาปลัดขิกไปแทนโดยชายเจ้าของบ้านก็จะไม่เสียชีวิต ซึ่งบางหมู่บ้านก็จะใช้วิธีการนำเสื้อสีแดงมาแขวนไว้ที่หน้าบ้านซึ่งก็ถือว่าหากผีแม่หม้ายมาอยู่ที่บ้านใครและเห็นเสื้อสีแดงแขวนอยู่แสดงว่าบ้านนั้นไม่มีผู้ชายผีแม่หม้ายก็จะไม่เอาชีวิตคนในบ้านมันไป

  ซื้อเสื้อสีแดงที่มีการแขวนนั้นจะต้องเป็นเสื้อผ้าใหม่หากเป็นเสื้อผ้าเก่าที่เคยใช้แล้วก็จะไม่สามารถหลอกผีแม่หม้ายได้เช่นเดียวกันและยังเคยพบว่าบางคนมีความเชื่อว่าหากผู้ชายคนไหนทาเล็บผีแม่หม้ายก็จะไม่มาเอาชีวิตไปเช่นเดียวกันเพราะว่าผีแม่ม่ายจะเข้าใจว่าชายหนุ่มที่ทาเล็บนั้นไม่ใช่ผู้ชายแต่เป็นสาวประเภทสอง

ดังนั้นผีแม่หม้ายจะไม่มารับตัวเหล่านี้ไปซึ่งวิธีการแก้เคล็ดผีแม่ม่ายนั้นมีมากมายหลายวิธี แล้วแต่ว่าหมู่บ้านไหนจะมีความเชื่อและมีการทำต่อๆกันมาเป็นแบบไหนหรือบางคนผลักล้มหน้าก็จะมีการนำวิธีการที่เคยได้ยินว่าเป็นการไล่ผีแม่หม้ายมาใช้กับตัวเองซึ่งบางบ้านก็ทั้งแขวนเสื้อสีแดงทั้งทาเล็บแดงรวมถึงทั้งแขวนปลัดขิกเนื่องจากเกรงกลัวว่าผีแม่หม้ายจะมาเอาชีวิตไปไปในทางความเป็นจริงตามหลักของทางวิทยาศาสตร์แล้ว

มีความเชื่อกันว่าคนส่วนใหญ่ที่นอนหลับแล้วตายไปแสดงว่าร่างกายอาจจะมีอาการขาดน้ำกะทันหันซึ่งวิธีการแก้ไขมักการนิยมให้คนกินน้ำก่อนที่จะนอนเพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่ขาดน้ำในช่วงที่นอนหลับ 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay