ตำนานหอในหญิงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขตกำแพงแสน

Posted on 31 พฤษภาคม 202031 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

             สำหรับเรื่องเล่าที่เป็นตำนานเล่าขานจากรุ่นพี่รุ่นน้องของเด็กมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขตกำแพงแสนนั้นเรื่องมีอยู่ว่า หอในหญิง ของที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เดิมทีนั้นเคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อนซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และด้วยความที่สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงพยาบาลซึ่งเกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทำให้มีเหล่าดวงวิญญาณมากมายที่เคยตายที่โรงพยาบาลแห่งนี้

มีความเฮี้ยน ซึ่งความหลอนที่นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งนี้มักจะพบเจอกันก็คือในช่วงเวลากลางคืนนั้นนักศึกษาจะได้ยินเสียงคล้ายกับคนเดินบริเวณโถงทางเดินโดยจะได้ยินเสียงคล้ายกับคนเดินลากโซ่ตรวนเดินผ่านไปมา และในบางคืนนักศึกษาจะได้ยินเสียงคนอาบน้ำในห้องน้ำหญิงแล้วเมื่อพากันไปดูก็จะไม่พบว่ามีใครอยู่ในห้องน้ำเลยและ ที่สำคัญพื้นห้องน้ำนั้นก็แห้งสนิทไม่มีร่องรอยของคนที่จะมาอาบน้ำในห้องน้ำนี้มาก่อนเลยอีกต่างหาก

และความน่ากลัวยังไม่หมดที่หอในหญิงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งนี้จะมีตึกอยู่ 2 ตึกที่เป็นตึกขนาดใหญ่โดยมีการเล่าขานกันว่าจะมีอยู่ตึก 1 ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการปิดเทอม ได้มีนักศึกษาสาวคนหนึ่งเป็นไข้ทับฤดูแล้วเสียชีวิตภายในตึกดังกล่าวหลังจากที่มีการเปิดเทอมจึงมีคนมาพบศพนักศึกษาคน

ดังกล่าวว่าเสียชีวิตอยู่ที่หอพักของตนเองและหลังจากนั้นเป็นต้นมานักศึกษาหลายคนมักจะเห็นวิญญาณของเด็กนักศึกษาหญิงคนนั้นมาวนเวียนอยู่ในหอพักของตนเองรวมถึงยังเคยเห็นว่านักศึกษาหญิงคนดังกล่าวยังออกมานั่งซักผ้าอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำอย่างที่เธอเคยทำเป็นประจำตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ เรื่องเล่าตำนานผีในหอพักหญิงนี้

มีการบอกเล่าต่อๆกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจากรุ่นพี่รุ่นน้องสร้างความหวาดกลัวให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้นักศึกษาส่วนใหญ่ที่พักอยู่ในหอพักนี้ต่างก็ไม่เคยพบเห็นวิญญาณของผีตัวไหนกันแล้วอาจจะเป็นแค่เพียงการสร้างข่าวลือเพื่อเป็นการหลอกนักศึกษารุ่นน้องให้เกิดความหวาดกลัวจากนักศึกษารุ่นพี่เท่านั้น

ก็เป็นไปได้หรือจริงๆแล้วอาจจะเคยมีวิญญาณเกิดขึ้นที่นี่จริงๆแต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ววิญญาณเหล่านั้นต่างก็พากันไปผุดไปเกิดจนทำให้ปัจจุบันนี้นักศึกษาที่เข้ามาเรียนใหม่ใหม่ยังไม่มีใครพบเห็นวิญญาณเหล่านั้นมาหลอกหลอนอีกเลย อย่างไรก็ตามตำนานก็คือตำนานที่เล่าขานกันมาซึ่งเราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตำนานที่พูดถึงกันนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่เพียงเรื่องแต่งเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องลึกลับเหล่านี้เราพูดที่อยู่อาศัยก็ไม่ควรจะลบหลู่

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน โปรดี

ตำนาน พะเนียงทองหรือทองลุก วัดป่าแก้ว ( วัดใหญ่ชัยมงคล) 

Posted on 31 พฤษภาคม 202031 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

        เชื่อว่าถ้าพูดถึงวัดใหญ่ชัยมงคลทุกคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีแต่ถ้าพูดถึงวัดป่าแก้วแล้วอาจจะยังไม่มีใครรู้จักซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั้น   วัดป่าแก้วนั้นคือชื่อเดิมของวัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งตั้งอยู่ตำบลไผ่ลิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั่นเอง ซึ่งตำนานที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นตำนานที่มีแม่ชีคนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ในวัดป่าแก้วได้มีการเล่าเอาไว้ว่า คืนหนึ่งแม่ชีกับเพื่อนแม่ชีได้ออกไปซุ่มดูเพื่อจะจับขโมย จุดที่ท่านกับเพื่อนไปแอบซุ่มดูขโมยนั้นก็คือบริเวณข้างสระน้ำของวัด ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเวลาตีหนึ่งกว่าๆ

เป็นช่วงเวลาที่ดึกสงัดและเงียบเหงาวังเวงเป็นอย่างมาก ซึ่งระหว่างที่ท่านกับเพื่อนกำลังเฝ้ารอส้มดูโจรอยู่ดีๆนั้นท่านและเพื่อนก็ได้ยินเสียงรถไฟดังมาแต่ไกลซึ่งท่านก็พยายามมองหาเสียงรถไฟดังกล่าวว่ามาจากที่ไหนกันแน่ ซึ่งบริเวณที่ท่านอยู่ไม่มีสถานีรถไฟสักหน่อยและยิ่งไปกว่านั้นยิ่งนานเวลาเข้าเสียงหวูดรถไฟก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

และเมื่อมองหาที่มาของเสียงพบว่ามันดังมาจากที่เจดีย์องค์ใหญ่ แม่ชีจึงได้หันหลังกลับไปมองซึ่งสิ่งที่แม่ชีเห็นก็คือ ไฟพะเนียงขนาดใหญ่ทีมีการลอยขึ้นมาจากพื้นดิน มันถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้า สะเก็ดไฟมันกระจายไปทั่วก่อให้เกิดแสงสว่างจ้า และสะเก็ดที่ตกลงมานี้เองที่ก่อให้เกิดเสียงเหมือนคล้ายรถไฟวิ่งผ่าน ทำให้แม่ชีและเพื่อนเกิดคามหวาดกลัว

ต่างพากันวิ่งหนีไม่คิดชีวิตเพื่อกลับที่พัก และเมื่อมาถึงที่พักพวกแม่ชีต่างก็กล่าวถึงเรื่องนี้กันว่าสิ่งที่พวกแม่ชีเห็นนั้นมันน่าจะเรียกว่า ทองลุก มันคือลูกไฟที่ปล่อยมาจากปู่โสมกวงดำซึ่งเป็นปู่โสมที่คอยเฝ้าสมบัติอยู่ที่บริเวณนั้นเป็นแน่แท้ และนอกจากเรื่องเล่าของแม่ชีท่านนี้แล้ว ยังเคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับชายอีกคนหนึ่ง

ซึ่งใช้คนดังกล่าวนั้นเป็นนักปฏิบัติธรรมขั้นสูง ที่ชาวบ้านอย่างเราพากันดีกว่าซึ่งทางเดินทางมาเยี่ยมพระที่วัดป่าแก้วเนื่องจากว่าเป็นญาติกันและได้ขออยู่ต่อเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดป่าแก้วแห่งนี้ ซึ่งมีอยู่คืนหนึ่งที่ท่านชีปะขาวนั้นออกมานั่งสมาธิอยู่ที่หน้าเจดีย์คนเดียว และในรุ่งเช้าชีปะขาวก็ได้เดินทางไปเก็บข้าวของเพื่อจะเดินทางออกนอกบริเวณวัดสร้างความสงสัยให้กับพระลูกวัดกันเป็นจำนวนมาก

ทำให้ชีปะขาวต้องเล่าเรื่องราวให้ฟังว่าเมื่อช่วงกลางคืนที่ผ่านมาขณะที่กำลังมีการนั่งจำศีลภาวนาอยู่นั้นอยู่ๆปู่โสมเฝ้าทรัพย์ก็มาแสดงตนให้เห็น ซึ่งลักษณะของปู่โสมนั้นเป็นชายที่รูปร่างสูงใหญ่สูงเท่ากับหอระฆังเลยทีเดียวแต่งกายด้วยชุดสีดำ มองมาด้วยสายตาที่แดงก่ำและท่าทางที่มุ่งร้ายมาที่ ชีประขาวพยายามแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลไปให้แต่ปู่โสมก็ไม่ยอมรับ คอยเดินล้อมรอบบริเวณที่ชีปะขาวกำลังนั่งสมาธิจนเช้าเลยทีเดียว ทำให้ชีประขาวจำเป็นต้องรีบออกนอกวัดเพราะว่ากลัวนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  sagame1688

ตํานานผี ของไทย

Posted on 30 พฤษภาคม 202030 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

เชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะไม่เชื่อเรื่องผีแต่บางคนอาจจะเชื่อและมักจะเล่าเรื่องผีให้ฟังแต่ว่าคนคนนั้นกลับไม่ชอบเลยที่เขาชอบเล่าเรื่องผีเพราะเขาอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องงมงายมันไม่ใช่เรื่องจริงเลยเพราะยังมีสิ่งที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงเช่นผีเต็มไปหมดหรืออยู่ในบ้านร้างอยู่ในที่ที่คนไม่เคยอยู่และอาจจะอยู่ในสิ่งของที่เป็นของมือสองก็เป็นได้ถึงแม้ว่าหลายๆคน

จะไม่เชื่อเรื่องผีแต่มันก็ไม่ได้ปลาว่าผีไม่ได้มีอยู่จริงนะคะภาพผีสามารถสิงสถิตอยู่ที่ไหนสักแห่งที่มันตายหรือพยายามที่จะทำร้ายคนที่มันอาฆาตแค้นก็เป็นได้ดังนั้นอย่าไปทำให้ใครโกรธเราหรืออย่าไปทำให้ใครเสียใจในสิ่งที่เราทำนะคะ ณวันนี้เราก็จะมาเล่าเรื่องผีที่สิงอยู่ในบ้านร้างซึ่งเป็นเรื่องจริงและชาวบ้านแถวนั้นก็รู้กันทั่วและยังคงเป็นสิ่งที่โด่งดังในแถวนั้นว่ามีผีสิงอยู่ที่บ้านร้างไปดูกันเลยค่ะว่าจะมีกี่แห่งกัน

1.รังสิตคลอง 13 สถานที่แห่งนี้จะนำพาเราจากถนนใหญ่ให้เข้าไปในหมู่บ้านประมาณอีก 3 กิโลเมตรจะเห็นบ้านพักที่ร้างแห่งหนึ่งที่แห่งนั้นหรือไม่และถ้าไปถามคนอื่นๆ คนแถวนั้นจะบอกเหมือนกันว่า มีผู้หญิงตายอยู่ในนั้นเธอยังอยู่

ซึ่ง เธอ อยู่ในส่วนของเธอซึ่งมะขามหวานแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปและปล่อยให้ถึงร้างเพราะเชื่อในเรื่องผีสางดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าลองดีอีกเลยแต่ก็ยังมีพวกคนที่ชอบท้าผีชอบมาที่บ้านแห่งนี้แต่ก็เจอดีกันทุกคนไม่มีใครอยากที่จะมาลองดีกับคนในบ้านแห่งนี้อีกเลย 

2.ซอยสายหยุด ที่อู่รถเมล์เก่า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่หลายๆคนจะนำรถเมล์ที่เกิดอุบัติเหตุมาไว้ที่นี่และเชื่อว่าคนที่ตายเป็นคนที่ตายโหงหรือคนที่สภาพย่ำแย่มากพอไปถึงซึ่งจะมีผีสิงสถิตอยู่เพราะแท็กซี่ที่ผ่านทางนี้ก็จะเห็นคนมายืนโบกมือให้เขาก็เลยจะไปจอดรับแต่ก่อนที่เขาจะได้ไปถึงเขาก็ไม่เห็นคนนั้นอีกแล้วแต่บางครั้งไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่หรือรถคันอื่นๆ

ก็จะเห็นคนวิ่งตัดหน้าไปหลังจากนั้นก็หายไปไหนก็ไม่รู้ทำให้เขาตกใจมากและเกือบมีอุบัติเหตุก็เลยไม่ค่อยมีใครที่จะชอบมาแถวนี้สักเท่าไหร่แต่ถ้าต้องผ่านทางแถวนี้เขาก็เลือกที่จะไม่ไปนั่นคือดีที่สุดค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  sagame88

สมบัติของทหารญี่ปุ่นในจังหวัดกาญจนบุรี

Posted on 25 พฤษภาคม 202025 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

วันนี้เราจะมาพูดถึง สมบัติของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่2มันมีอยู่จริงๆในจังหวัดกาญจนบุรีของประเทศไทยจริงหรือเปล่า คือ เราอยากจะบอกว่าเรื่องนี้มันจริงหรือเปล่า ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายแต่เราได้ลองไปหาข้อมูลที่ลึกๆมาจริงๆแล้วนั้นเรื่องมันเคยถูกพูดถึงเป็นข่าวใหญ่โต เมื่อประมาณปี2530

ปลายจนถึงปัจจุบันนี้เลยเพราะตามในข้อมูลเบื้องต้นเขาได้บอกว่าในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่2กำลังจะจบลงในที่ญี่ปุ่นกำลังจะยอมแพ้เขาได้มีสมบัติก้อนสุดท้ายเก็บเอาไว้และสมบัติก้อนสุดท้ายนั้นเขาได้นำเอาไปฝังเอาไว้ที่ใดที่หนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีที่มันมีแม่น้ำและมีภูเขาและมีเส้นทางรถไฟที่ญี่ปุ่นสร้างเอาไว้ตัดผ่านซึ่งจากการวิเคาระห์ข้อมูลเบื้องต้น

ตรงนี้เขาได้บอกว่ามีจำนวนอยู่10กว่าถ้ำด้วยกันที่คาดว่าขุมทองนั้นมันน่าจะมีอยู่ในประเทศไทยและถ้ำที่คาดกาณ์ว่ามันจะเป็นไปได้มากที่สุดนั้นก็คือถ้ำลิเจียนั้นเอง สำหรับเรื่องของสมบัติในสมัยสงครามโลกครั้งที่2ที่เขาคาดว่ามันน่าจะอยู่ที่ใดสักที่หนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรีในประเทศไทยเรานั้นเราต้องย้อนกลับไปในครั้งสมัยของสงครามโลกครั้งที่2โดยตามข้อมูลเอาไว้เขายังได้บอกเอาไว้ว่าในเวลาขนาดนั้นประเทศไทยก็ได้ร่วมจับมือเป็นสัมพันธมิตรกับทหารญี่ปุ่น

เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่2ญี่ปุ่นในตอนนั้นเขาก็ได้มีแนวคิดที่ที่จะสร้างทางรถไฟที่จะลำเรียงอาวุธและรวมไปถึงกำลังพลผ่านเข้ามาที่ประเทศไทยเพื่อที่จะเข้าไปบุกพม่าอินเดียในตอนนั้นทางญี่ปุ่นก็ได้ยืมเงินจำนวน4ล้านบาทไทยในตอนนั้นและก็ได้ขอกำลังพลของประเทศไทยให้ไปช่วยกันสร้างสะพานนั้นขึ้นมาให้สำเร็จและชื่อของสะพานนั้น

ก็คือสะพานสายมรณะนั้นเองโดยสะพานทางเดนรถไฟสายมรณะนี้มันได้เป็นสะพานรถไฟฟยุทธศาสตร์ที่สำคัญของญี่ปุ่นในยุคนั้นที่เขาได้คาดการณ์กันว่าถ้าพวกเขานั้นสามารถที่สร้างมันเสร็จได้พวกเขาก็สามารถที่จะบุกเข้าไปตีประเทศต่างๆกันได้อย่างง่ายดายและบุกเข้ายึดประเทศเหล่านั้นได้โดยที่เสียกำลังพลน้อยที่สุดและได้ผลประโยชน์มากที่สุดนั่นเองแต่สำหรับสะพานสายมรณะที่เราได้พูดถึงอยู่นี้เขากลับสร้างมันไม่เสร็จเพราะเนื่องจากในเวลานั้นญี่ปุ่นนั้นได้อยู่ในช่วงที่กำลังพลไกลจะหมดแล้ว

พร้อมกับเสบียงและของต่างๆซึ่งก็ได้อยู่ในช่วงที่กำลังจะแพ้สงครามนั้นเองซึ่งทางญี่ปุ่นก็เลยประกาศยกธงขาวว่าเขาของยอมแพ้ต่อสงครามในยุคนั้นแต่ก่อนที่เขาจะประกาศขอยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่2พวกเขารู้ว่าเขาจะต้องชดใช้ค่าเสียหายต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายในด้านของสงครามค่าเสียหายทางด้านพลเรือนและจะต้องจดสัญญาต่างๆที่ญี่ปุ่นจะต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอนซึ่งในตอนนั้นญี่ปุ่นเขาได้มีสมบัติที่เขาได้ยึดมาจากหลายๆประเทศอยู่กองสุดท้ายมูลค่าว่า50,000ล้านดอลลาร์สหรัฐในยุคนั้นโดยเป็นทองคำแท่งทั้งหมด

 

สนับสนุนโดย  bk8

เส้นทางเดินเท้าที่มีความยาวมาที่สุดในโลก

Posted on 13 พฤษภาคม 202013 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

เส้นทางเดินเท้าที่มีความยาวมากที่สุดในโลกเพื่อนๆเคยคิดสงสัยกันหรือไม่ว่าเส้นทางเดินเท้าที่มีความยาวมากที่สุดในโลกนั้นมันอยู่ตรงไหนบนโลกของเราและวันนี้  rb88  เราจะพาทุกคนมารู็จักกับเส้นทางเดินเท้าแห่งนั้นกัน

แต่ก่อนอื่นเลยก็ต้องของทำความเข้าใจกับเพื่อนก่อนเลยว่าเส้นทางที่เราจะพูดถึงนั้นมันเป็นเส้นทางที่เราจะต้องเดินด้วยเท้าของเราเท่านั้นเราจะไม่ขึ้นเรือข้ามแม่น้ำหรือนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะเป็นอันขาดโดยปกติแล้วเรามักจะใช้กูเกิลแมปส์สำหรับในการดูทิศทางและให้ข้อมูลเส้นทางในการเดินทางกันมา

โดยตลอดดังนั้นเราจะใช้เกมเส้นทางที่มีความยาวมากที่สุดโดยอ้างอิงจากที่เราพอที่จะคำนวณได้จากกูเกิลแมปส์โดยจุดเริ่มต้นของการเดินทางจะเริ่มจากจุดชายแดนทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งมันได้เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่อยู่ไกลๆกับCaoeTownของแอฟริกาและเราจะเดินทางไปถึงจุดที่สิ้นสุดที่เมืองMagadanจากการค้นคว้าข้อมูลเราก็พบว่ามนุษย์เราสามารถขึ้นไปพิชัตเขาที่มีความสูงมากที่สุดในโลก

รวมไปถึงสามารถที่จะลงไปสำรวจจุดที่มีความลึกมากที่สุดในท้องของมหาสมุทรหรือแม้กระทั่งไปเหยียบในพื้นดินของดวงจันทร์ก็เคยทำกันมาแล้วแต่มันก็ยังไม่มีใครในประวัติศาสตร์ที่จะสามารถเดินเท้าบนเส้นทางเดินเท้าที่มีความยาวนี้ได้อย่างสำเร็จเลยสักกะคนเดียว

ดังนั้นเราก็จะมาดูกันว่า หากเรานั้นต้องการที่จะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถเดินทางผ่านเส้นทางนี้ได้อย่างสำเร็จเรานั้นจะต้องพบเจอกับอะไรกันบ้างและนี่มันก็จะเป็นบกสรุปเหตุการณ์คร่าวๆถึงสิ่งที่เพื่อนๆนั้นจะได้ไปพบเจอ ซึ่งมันก็จะทำให้เพื่อนๆนั้นรู้สึกทึ่งและมีอาการขนหัวลุกไปตามกันเลยก็เป็นได้

สำหรับในการเดินทาในครั้งนี้เราก็จะใช้ระยะทางทั้งสิ้น23,068kmซึ่งตลอดการเดินทางนั้นเราก็จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในระดับความสูงของเส้นทางที่ได้รวมกันมากถึง123,000m และมันก็ได้เป็นเหมือนว่าได้ปีนเขาเอเวอร์เรสและเดินกลับลงมาซึ่งทำแบบนี้14ครั้งไปกลับเท่านั้นเองถ้าหากว่าคุณนั้นได้มีโอกาสค้นหาเส้นทางบนกูเกิลแมปส์ด้วยตัวเอง

แล้วล่ะก็คุณก็อาจจะพบว่ามันได้มีความแตกต่างกันอย่างเล็กน้อยกับสิ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้เพราะว่ากูเกิลแมปส์นั้นมันจะพยายามที่จะหาเส้นทางขึ้นเรือเฟอร์รี่เพื่อที่จะข้ามแม่ น้ำต่างๆไปซึ่งในตอดของการเดินทางนั้นเราก็จะพบเจอกับแม่น้ำZambeziแม่น้ำ Nile Red Sea และ Black Sea แต่เราจะเส้นทางโดยที่จะไม่ขึ้นเรือเฟอร์รี่เด็ดขาดเพราะไม่อย่างนั้นมันจะไม่ได้เป็นการเดินทางด้วยเท้าผ่านเส้นทางที่ยาวมากที่สุดในโลกนั่นเอง

Salvadorจะทำอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดจากพายุทะเล

Posted on 8 พฤษภาคม 20208 พฤษภาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเหตุการณ์ได้มีชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่านายJose Salvador Alvarenga

ซึ่งเขาสามารถที่จะเอาชีวิตรอดจากทะเลได้นานกว่า438วัน ซึ่งเส้นทางในการผจญภัยของเขานั้นมันก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อในวันหนึ่ง Salvadorตั้งใจที่จะออกไปหาปลา ซึ่งเขานั้นก็ได้จัดเตรียมเรือลำที่มีขนาดเล็กประมาณ7เมตรที่มีความพร้อมที่จะออกเดินเรือ ซึ่งภายในเรือของเขานั้นมันก็เต็มไปด้วยเหยื่อและอุปกรณ์ที่เอาใช้จับปลาต่างๆและยังได้มีน้ำมันสำรองประมาณ318ลิตร

และมีน้ำสะอาดประมาณ73ลิตรบอกเลยว่ายังไงมันเตรียมพร้อมที่จะออกไปหาปลาแบบสุดๆเว้นแต่ว่าเพื่อนชาวประมงคู่ใจของเขาที่ได้เปลี่ยนใจไม่ไปด้วยกับเขาเลยได้ไปจ่ายหนุ่มวัยเพียงแค่20ต้นๆ

ผู้ที่ไม่เก่งเรื่องทะเลเอาสะเลยมาแทนซึ่งในช่วงแรกเขานั้นก็ไม่ได้อยากไปแต่ท้ายที่สุดเขาจึงได้ยอมไปด้วยเพราะว่าเขานั้นอยากได้เงินค่าจ่ายและในครั้งนี้ทั้งคู่ต่างก็ไม่รับรู้อะไรเลยว่าการที่ออกทะเลครั้งนี้มันจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขานั้นไปตลอดกาลจากที่ได้คิดว่าจะออกไปหาปลาเพียงแค่วันเดียวดังนั้นโชคชะตากับได้เล่นตลกจึงทำให้พวกเขานั้นต้องลอยทะเลนานเป็นแรมปีซึ่งในช่วงแรกคลื่มลมทะเลนั้นไม่เต็มใจที่จะให้ออกทะเลสักเท่าไหร่แม้แต่เจ้าหน้าที่ชายฝั่งเองก็ยังได้ประกาศเลยว่ามีพายุใหญ่

ให้งดออกเรือแต่ไม่นานเท่าไหร่ท้องฟ้าที่มืดกลับใสผิดปกติจากนั้นจึงได้ทำให้ทั้งคู่นั้นได้ออกเรือไปตามปกติทุกๆอย่างก็ราบลื่นเป็นอย่างดีและยังสามารถที่หาปลาได้เต็มลำเรืออีกด้วยและมันก็มีประมาตรที่มากพอที่มันจะทำให้เขานั้นขายเงินได้เยอะมากพอเลยทีเดียวแต่ถึงอย่างไรก็ตามคนมันดวงตกช่วยไม่ได้

และจากที่ดีใจกันอยู่พักหนึ่งทะเลก็มีคลื่มขึ้นมาอย่างหนักทั้งคู่นั้นได้โดยพายุลูกใหญ่ทั้งคู่จึงทำให้มีน้ำเข้าเรืออย่างมากมายเกือบจมและช่วยกันเอาน้ำออกจากเรืออย่างเร็วที่สุดอย่างไรก็ชตามในความหวังมันก็ได้หายไปเมื่อพายุพร้อมกับคลื่นลูกใหญ่ที่มีความสูงกว่า5เมตรได้เข้าเรือมาอีกรอบSalvadorจึงได้วิทยุไปที่ฝั่ง

เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือแต่กลับทำให้ถ่านหมดไปเสียก่อนจากนั้นก็ตามมาด้วยเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสก็ต้องเสียไปพร้อมกันจากนั้นจึงได้ทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อยจากนั้นเขาก็ได้โยนอุปกรณ์ทั้งหมดทิ้งลงทะเลด้วยความโกรธที่ดันมาพังในช่วงเวลาแบบนี้ถึงแม้ว่าทะเลจะแกล้งให้สิ้นหวังขนาดไหนสองหนุ่มก็ต้องหาเอาตัวรอดให้ได้ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งปลาที่เพิ่งจับมาได้เต็มถังทิ้งลงทะเลไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 fast

เรื่องสัตว์ประหลาดที่เข้าโจมตีเรือยูบี85ที่มันฟังดูน่าเหลือเชื่อ

Posted on 27 เมษายน 202027 เมษายน 2020Categories ตำนานTags ,

หากลองย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนเมษายน1918ในระหว่างที่เรือลาดตระเวนของประเทศอังกฤษที่กำลังล่องอยู่บนท้องทะเลของแอตแลนติกเหนือ เนื่องจากว่าเรือลาดตระเวนลำนี้ก็ได้พบเจอกับเรือดำน้ำยูบี85ของประเทศเยอรมนีที่กำลังได้แล่นอยู่บนท้องทะเลโดยที่ไม่คาดคิดแต่ถึงอย่างไรเมื่อเรือทั้งสองนี้เมื่อได้เข้ามาเจอกันก็จะต้องโจมตีระเบิดใส่กัน

จากนั้นเสียงจากการโจมตีกลับไม่มีเลยซักนิดเดียวและไม่มีการโจมตีเกิดขึ้นและสิ่งที่มันได้แปลกไปกว่านั้นก็คือบรรดาลูกเรือยูบี85 พวกเขาได้ยืนเรียงแถวกันพร้อมที่จะทำการมอบตัวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยที่ไม่มีขัดขืนอะไรทั้งนั้น เนื่องจากนี้การพบเรือยูบี85 และมันก็ต้องทำให้เรือที่ได้ลาดตระเวนของประเทศอังกฤษนั้น

จะต้องตะลึ่งกันอย่างมาก เนื่องจากปกติแล้ว เรื่องดำน้ำดังกล่าวมันจะไม่ขึ้นมาให้เห็นบนผิวน้ำเลยในตอนกลางวันอีกทั้งมันจะเป็นไปได้หรือว่าลูกเรือทั้งหมดนั้นคิดที่จะยอมมอบตัวกันอย่างโดยดีจากนั้นทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้นำเอาตัวของกัปตันที่ได้เป็นกัปตันของเรือยูบี85และได้นำเอาตัวลูกเรือที่เหลืออยู่นำเอามาสอบสวน

จากนั้นด้านกัปตันเรือดังกล่าวก็ยังได้กล่าวอีกว่าในวันก่อนที่พวกลูกเรือนั้นจะคิดมอบตัวเรือของกัปตันได้ถูกสัตว์แปลกประหลาดได้พุ่งเข้ามาโจมตีที่เรือของเขาในจังหวะที่เรือยูบี85ได้ทำการชาร์จไฟที่บนผิวน้ำแต่ถึงอย่างไรก็ตามกัปตันเรือไม่สามารถที่จะกล่าวได้ว่ารูปลักษณะของมันนั้นเป็นอย่างไรเพราะตัวของเขาเองไม่เคยพบเห็นสัตว์ประหลาดตัวนี้มาก่อนเลยทั้งชีวิต

เนื่องจากเจ้าสัตว์ตัวนี้มันได้มีดวงตาที่ใหญ่ที่มีตำแหน่งไม่เหมือนกับสัตว์ชนิดต่างๆเพราะดวงตาของมันนั้นอยู่ที่กลางหน้าผากและมันยังมีสิ่งที่ดูคล้ายเหมือนอยู่ที่กลางหัวของมันอีกด้วยหากเจ้าสัตว์แปลกตัวนี้ได้อ้าปากฟันของมันนั้นก็จะสะเทือนกันแสงและยังสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจอ

แต่ถึงอย่างไรเจ้าสัตว์แปลกตัวนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะบอกชนิดของมันได้จากนั้นมันก็กำลังโจมตีที่เรือของกัปตันที่มันได้ใช้ลำตัวของมันนั้นกดไปที่ตัวเรือเพื่อจะทำให้เรือนั้นจมสู่ใต้ท้องทะเลและเมื่อมันได้เข้าโจมตีที่เรือของกัปตันจากนั้นลูกเรือก็ได้ใช้อาวุธยิงเขาไปที่ตัวสัตว์ประหลาดจากเหตุการณ์ที่ได้ยิงกับอยู่นานสัตว์ดังกล่าว

มันก็ได้หายไปในที่สุดนอกจากนี้ลำเรือและก็ลูกเรือไม่มีใครที่ชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นเลยแม้แต่คนเดียวแต่ถึงอย่างไรก็ตามเรือดำน้ำยูบี85ก็ได้รับความเสียหายที่ด้านข้างของเรือและบนด่านฟ้าอย่างรุนแรงและจึงไม่สามารถที่จะทำการดำน้ำได้จากนั้นก็ได้มีลำเรือของประเทศอังกฤษได้มาพบเข้าในเวลาต่อมา

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ทางเข้าbk8

6 ข้อห้ามโบราณที่คนโบราณไม่ให้ทำ

Posted on 19 เมษายน 202019 เมษายน 2020Categories ตำนานTags

คนสมัยโบราณไม่ให้ชมเด็กว่าน่ารักเพราะว่าภูตผีวิญญาณจะนำไปอยู่ด้วยคนสมัยโบราณจึงไม่นิยมชมเด็กว่าน่ารักนั่นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยโบราณไม่ให้ชมเด็กว่าน่ารักก็เพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเด็กเกินไปค่ะ

คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าเหยียบธรณีประตูเพราะจะทำให้ถูกธรณีประตูสูบอยู่ใต้ดินนั่นเองค่ะคนสมัยก่อนจึงไม่นิยมเหยียบธรณีประตูนั่นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนไม่ให้เหยียบธรณีประตูก็เพราะคนสมัยก่อนไม่อยากให้มัวแต่คิดเรื่องอื่นๆจะไปสะดุดธรณีประตูจนขาแพลงนั่นเองค่ะ

คนในอดีตสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าตัดผมของตัวเองด้วยตัวเองจะทำให้ภูตผีวิญญาณที่เจ้าระเบียบมาเลียผมของเราให้ตรงนั่นเองค่ะเพราะเวลาเราตัดผมของเราเราอาจจะตัดผมของเราไม่ตรงนั้นเองค่ะ   แต่ความจริงแล้วที่คนโบราณไม่ให้เราตัดผมเองก็เพราะไม่อยากให้เรามาเสียใจที่เราตัดผมของเราไม่ตรงจนดูขี้เหล่นั่นเองค่ะและไม่อยากให้เสียใจทีหลังนั่นเองค่ะ

คนสมัยโบราณไม่ให้เดินข้ามหรือเหยียบหนังสือเพราะจะทำให้โง่ไปตลอดชาตินั่นเองค่ะและชาติหน้าจะไม่มีควมรู้นั่นเอง  แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยโบราณไม่ให้เหยียบหรือข้ามหนังสือก็เพราะอยากให้เรารู้คุณค่าของหนังสือ และอยากให้เราเก็บให้เป็นที่เป็นทางนั่นเองค่ะ

คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้านำวัวหรือควายเข้ามาเลี้ยงในวัดจะทำให้คนผู้นั่นพอตายไปจะกลายเป็นเปรตที่คอยมองผู้คนที่คอยผ่านไปผ่านมาและกว่าจะได้ไปเกิดก็นานมากนั้นเองค่ะ    แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนไม่ให้นำวัวและควายเข้ามาในวัดเพราะวัวและควายอาจจะทำสิ่งของมีค่าในวัดเสียหายนั่นเองค่ะและอึของมันยังส่งกลิ่นเหม็นนั้นเองค่ะ

คนในอดีตสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าชิมอาหารด้วยทัพพีเพราะจะทำให้ลูกของเรามีหน้าตาที่น่าเกลียดน่ากลัวจนไม่มีใครอยากจะเล่นด้วย คนในอดีตสมัยโบราณจึงไม่นิยมชิมอาหารด้วยทัพพีเพราะกลัวว่าลูกที่เกิดมาจะหน้าตาอัปลักษณ์น่ากลัวจนไม่มีใครอยากจะเล่นด้วยเองค่ะและมันยังไม่มีมารยาทอีกด้วยค่ะ  แต่ความจริงแล้วที่คนในอดีตสมัยโบราณพูดอย่างนี้ก็เพราะไม่อยากให้เราชิมอาหารด้วยทัพพีเพราะน้ำลายของเราอาจจะเข้ามาในอาหารอาจจะเป็นการแพร่เชื้อโรคอีกอย่างนึงก็เป็นได้นั่นเองค่ะ 

ถ้าเพื่อนๆได้อ่านกันแล้วก็อย่าลืมทำตามด้วยค่ะ

สิ่งที่ไม่ต้องปลุกเสกก็มีมนต์ขลัง

Posted on 12 เมษายน 202012 เมษายน 2020Categories ตำนานTags

จมุกเม่น

จะใช้หนังในส่วนที่มันเป็นใบหน้าของเม่นส่วนหน้าผากที่ลงมายังถุงจมูกแต่ก็ไม่ทราบว่าในตอนที่ได้นำเอามามันนั้นได้ตายแล้วหรือว่ามันยังไม่ตาย สรรพคุณป้องกันคุณไสยและป้องกันผู้ผีปีศาจได้โดยเฉพาะกันผีปอบวิธีใช้ให้นำเอาจมูกเม่นั้นเอานำมาวางไว้ที่ใต้ที่นอนหรือพกติดตัวเอาไว้ไกล้ๆตัวอยู่ตลอดเวลาและสำหรับเรื่องจมูกเม่นนี้ซึ่งได้มีข้อมูลที่น้อยมากเราจะเสริมข้อมูลของเรื่องปอบให้แล้วกันนะ ปอบนั้นก็คือผีบาป

ซึ่งไม่รู้จักคุณของพระพุทธศาสนาเพราะว่าไม่เชื่อถือในความดีและผลของการกระทำในการทำความชั่วเมื่อได้ตายลงไปแล้วก็จะกลายมาเป็นผีที่เร่ร่อน ซึ่งปอบนั้นก็จะเกิดขึ้นใน3แบบ1จะเกิดมาจากพวกว่าน2เกิดมาจากกับคนผู้ที่เรียนคาถาอาคม3ได้เกิดจากพวกหมอรำส่งสาเหตุที่ปอบนั้นได้มาเข้าสิงร่างคนที่ป่วยนั้นก็เพื่อที่จะดูดกลือนเอาชีวิตหรือพลังงานของชีวิต

มันจึงทำให้คนที่ได้ถูกสิงนั้นได้มีอาการที่เหนื่อยล้าทำให้โรคแทรกซ้อนถ้าผีปอบที่ยังไม่เก่งก็จะเข้าสิงคนที่ป่วยเพื่อแอบแผงกินคนป่วยถ้าผีปอบที่แข็งแกร่งคืออยู่มานานก็จะสามารถเข้าสิงคนธรรมดาได้โดยเฉพาะส่วนใหญ่เมื่อโนผีสิงก็จะมีอาการที่คล้ายกับผีเข้า เช่น ร้องไห้บ้าง โอดโอย แต่ถ้าถามวว่าชื่ออะไรส่วนมากผีปอบนั้นจะโกหกและจะไม่ยอมบอกความจริง

เดือยงูเหลือม

สำหรับเดือยงูเหลือมนั้นเป็นของที่มีอาถรรพ์ในตัวเองเดือยพญางูเหลือมได้มีของอาถรรพ์ที่มีอนุภาพอันศักดิ์สิทธิ์เป็นของวิเศษ ซึ่งตามธรรมชาติพญางูเหลือมจะมีเฉพาะเพศผู้และมีอายุมากเท่านั้นถึงจะมีเดือยได้นับได้ว่าเป็นของที่หายากมากโดยธรรมชาติของงูทั่วไปจะต้องเลือยออกไปหากินแต่พญางูเหลือมที่มีอายุมากๆจะไม่ออกไปหากินเหมือนงูทั่วไป

แต่จะหาอาณาเขตในการนอนรอเหยื่อเมื่อพญางูหิวอาหารจะมีเดือยงอกออกมาแถวๆไกล้รูถ่ายของเสียโดยที่มันจะใช้เดือยนี้วงเป็นอาณาเขตเป็นวงกลมๆรอบๆที่มันนอนอยู่ถ้าสัตว์ตัวใดที่ได้หลงเดนเข้ามาก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปเลยมันโดนคาถาต้องงมนต์สะกดนะจังงัง สัตว์เหล่านั้นจะเดินเข้าไปให้งูเหลือมกินอย่างสบายๆแม้แต่งูตัวเมียก็จะเดินเข้ามาให้ผสมพันธุ์อย่างไม่ขาดตำนานโบราณได้บันทึกไว้เป็นจารึกว่าเป็นของวิเศษยิ่งนัก

แต่การที่จะนำเอามาเป็นเครื่องรางต้องเอาตัวที่เฉพาะมันตายพายเท่านั้นคำว่าตายพายหมายถึงว่าตายเองเดือยพญางูเหลือมถึงจะขลังและทรงคุณค่ายิ่งนักการตายพายก็คือการแก่ตายหรือตายโหงหรือมีอุบัติเหตุเช่นไฟป่าครอกตายเป็นต้นเท่านั้นถึงจะขลังไม่ใช่จับมันมาแล้วเอามันมาฆ่าถ้าเป็นเดือยงูเหลือมแท้ๆที่โคนเล็บนั้นจะมีเนื้อเป็นก้อนเกาะกันแน่นไม่ว่าจะผ่านการตากแห้งเป็นเวลานานก็ตามมันจะไม่ยุบแห้งเหมือนอุ้มติดกระดูกเหมือนตีนไก่