ตำนาน นนทกเกิดมาเป็นยักษ์ทศกัณฐ์

Posted on 20 กรกฎาคม 202020 กรกฎาคม 2020Categories ตำนานTags ,

เมื่อสมัยจักรวาลได้ถูกแบ่งออกไปเป็นสามโลก โลกบาดาน โลกมนุษย์ และ โลกสวรรค์ โลกแห่งเทพเทวดาและศักดิ์ชั้นสูงผู้มีฤทธิ์ทั้งเป็นที่ตั้งแห่งเขาไกลราดอันได้เป็นแกนกลางของจักรวาลและยังได้เป็นที่ประทับของพระอินสวนเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในสามโลก แต่จะมีใครรูปว่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่นี้

ได้มีจุดกำเนิดมาจากยักษ์ผู้ที่ต่ำต้อยตนหนึ่งนามว่านนทกที่คอยก้มหมอบอยู่ที่เชิงบันไดเขาไกลราชทำหน้าที่ตักน้ำล้างเท้าให้เหล่าเทวดาที่ได้มาเข้าเฝ้าพระอินสวนนนทกผู้หน้าสงสารถูกเทวดาแกล้งถอนผลจนหัวโล้นจึงทำให้รู้สึกว่าน้อยใจหนักมันจึงได้ขึ้นไปร้องต่อหน้าพระอินสวนบรมเทพ

นอกจากนี้นนทกได้ขึ้นไปร้องขอนิ้วเพชรจากพระอินสวนจากนั้นนนทก็ได้ทำการใช้นิ้วทำการสังหารเหล่าเทวดาได้ล่มตายกันเต็มไปหมดจากนั้นจึงทำให้พระอินสวนได้มีอารมณ์โกรธเป็นอย่างมากจึงได้มีเทวบัญชาให้พระนารายณ์เทพผู้ดำรงธรรมได้เข้าไปทำการสังหารนนทกเสียจากนั้นพระนารายณ์จึงได้แปลงกายเป็นนางอัปสรที่สวยงามมารำต่อหน้านนทกจากนั้นยักษ์นนทก

เมื่อเขาได้รู้ว่าเสียทีให้แก่พระนารายณ์จึงได้กล่าวออกไปว่า “ใช่สิข้านั้นมีเพียงแค่สองมือไหนจะสู้ท่านผู้ที่มีสี่มือได้หากข้ามีฤทธิ์บ้างก็ย่อมชนะท่านได้แน่”จากนั้นพระนารายณ์ก็ได้กล่าวว่าหากเจ้าคิดว่าการที่มีพลังเหนือกว่าที่จะเอาชนะคนอื่นได้งั้นชาติหน้าเจ้าก็เกิดมาเป็นยักษ์มีสิบเศียรมีมือยี่สิบซ้ายขาวเหาะเดินบนอากาศมีฤทธิ์ที่เกียงไกรและตัวเราจะไปเป็นมนุษย์สองแขนสู้กับเจ้าให้เป็นที่ประจักรแก่ทั้งสามโลก

นอกจากนี้เมื่อลมหายใจสุดท้ายของนนทกได้สิ้นสุดลงจิตของมันก็ได้ลงมาเกิดที่โลกมนุษย์ทันไดบัดนี้นนทกได้กลับชาติมาเกิดเป็นท้าวทศกัณฐ์พยายักษ์เจ้านครเมืองกรุงลงกาด้วยมีถึงยี่สิบมือจึงได้มีพลังมหาสารยกได้แม้กระทั่งเขาไกลราชแกนกลางแห่งจักรวาลมีเศียรนับสิบฉลาดรู้รอบทุกสิ่งอย่างจดจำพระเวทได้

ทุกสิ่งอันสามารถที่จะถอดหัวใจออกจากร่างไม่มีผู้ใดที่จะฆ่าให้ตายได้ดูเหมือนว่าพญายักษ์ที่ไร้หัวใจแล้วเศียรทั้งสิบก็จะคิดวนแต่เรื่องกิเลสตัณหไม่รู้สิ้นเหล่าเทพเทวาก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ทัพยักษ์บัดนี้ก็ได้เข้าสู่สมัยที่เป็นอมานธรรมเริ่มเรืองอำนาจกลืนกินทั้งสามโลกแต่อย่างไรเสียความหวังในสันติยังคงมีอยู่

 

สนับสนุนโดย  entaplay online gambling

ตำนานผีถ้วยแก้ว

Posted on 9 กรกฎาคม 20209 กรกฎาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับเรื่องของผีถ้วยแก้วนั้นได้มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่พวกเขาไม่เชื่อในเรื่องของลี้ลับเด็กกลุ่มนี้เขาก็พยายามที่จะลองของเพื่อที่จะหาสิ่งลี้ลับไม่ว่าจะเป็นกลางป่าช้าการทำลายศาลหรือในการพูดลบหลู่ในพื้นที่ต่างๆเด็กพวกนั้นเขาก็ไม่เคยเจอของดีอะไรเลยแต่มีอยู่วันหนึ่งเขาก็ได้ยินชื่อเสียงเกี่ยวกับผีถ้วยแก้วเด็กเหล่านั้น

เขาก็เลยคิดที่อยากจะลองของจากนั้นเด็กกลุ่มนี้เขาก็ได้นำเอาผีถ้วยแก้วนำเอาไปลองเล่นที่กลางป่าช้าเพราะเขาได้บอกเอาไว้ว่าถ้าหากเล่นผี่ถ้วยแก้วกลางป่าช้าจะสามารถพบเจอผีในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมันง่ายมากๆ ซึ่งกลุ่มเด็กเหล่านั้นได้นำเอาผีถ้วยแก้วเข้าไปในป่าช้าในขณะที่พวกเขากำลังเดินไปก็ได้มีเด็กคนหนึ่งเขาได้พูดไปในระหว่างทางและได้พูดท้าทายอยู่ตลอดเวลาว่า “ถ้าพวกมึงมีอยู่จริงพวกมึงออกมาให้กูเห็นเลยกูไม่เชื่อหรอกว่าพวกมึงมีอยู่จริงถ้ามึงแน่มึงออกมาเลย”

พอหลังจากที่สิ้นสุดคำท้าทายนั้นแล้ว สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือในขณะที่พวกเขาเดินในตอนแรกมันไม่มีลมและก็ไม่มีอากาศถ่ายเทเลยต้นไม้นิ่งสนิทแต่พอเด็กคนนั้นได้พูดเสร็จแล้วกลับกลายเป็นว่าได้มีลมพัดเข้ามาทำให้ใบไม้ต้นไม้สั่นกันในระดับหนึ่งอีกทั้งยังได้มีเสียงของหมาหอนอยู่ตลอดเวลาและหลังจากที่เด็กคนนี้ได้มีการตะโกนออกไปพวกเขาก็ได้เริ่มเล่นผีถ้วยแก้ว

ปรากฏว่าในขณะที่พวกเขากำลังเล่นไปมันก็ไม่ได้มีอาการเคลื่อนของแก้วแต่อย่างใดจนทำให้พวกเขาหงุดหงิดและไม่พอใจสรุปแล้วการเล่นไหนมันจะสามารถทำให้ได้เจอผีได้บ้างเขาก็เลยทำการาตะโกนออกมารอบที่สองได้ท้าทายแรงกว่ารอบแรกอีกและในครั้งนี้มันไม่ได้เหมือนกับรอบแรกเพราะว่าในครั้งนี้หลังจากที่พวกเขาได้ตะโกนไป

ปรากฏว่าแก้วที่พวกเขาทั้งสามสี่คนได้เล่นผีถ้วยแก้วกันอยู่มันก็เกิดอาการวนรอบกระดานอย่างรุนแรงแบบที่ไม่มีทิศทาง ซึ่งเด็กทั้งสี่คนนั้นเขาก็ได้หันมาถามกันว่ามันได้มีใครดันแก้วหรือเปล่าปรากฏว่าไม่มีใครดันแก้วเลยเพราะทุกคนได้ปล่อยนิ้วจิ้มลงไปเบาๆ โดยที่ไม่ได้มีการออกแรงเลยแม้แต่นิดเดียวเลย

ซึ่งตอนนั้นหลายๆคนก็เริ่มแปลกใจและเขาก็คือว่ามันอาจจะเป็นปรากฏการอะไรก็เป็นได้เขาก็ยังไม่เชื่อกันอยู่ดีจนสุดท้ายแล้วเด็กคนที่ได้ตะโกนท้าทายรอบบแรกกับรอบสองเขาก็ได้ตะโกนขึ้นมาอีกรอบหนึ่งและครั้งนี้ได้มีเหตุการแปลกเกิดขึ้นถึงขั้นที่ว่าแก้วที่มันได้วนๆอยู่บนกระดานนั้นอยู่ดีๆมันก็ได้แตกกระจายจนทำให้เศษแก้วกระเด็นเข้ามาปักที่แขนของคนนั้นและได้เป็นบาดแผลขนาดใหญ่

 

ขอขอบคุณ  entaplay  ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานถ้ำพระนาง 

Posted on 5 กรกฎาคม 20205 กรกฎาคม 2020Categories ตำนานTags ,

สถานที่เที่ยวอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ซึ่งก็คือพระนางซึ่งเป็นสถานที่ที่อีกทั้งชาวบ้านแล้วก็นักเดินทางต่างพากันกราบไหว้บูชาแล้วก็ขอพรโดยตรงนี้ประชาชนมักจะนำปลัดขิกไปถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รอบๆชายหาดถ้ำพระนาง

เนื่องจากมีความเชื่อกันว่ามีวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งสถิตอยู่ในถ้ำที่นี้ชาวบ้านให้มีการตั้งศาลเพียงตาไว้เพื่อให้หญิงสาวคนนั้นได้อยู่ที่ศาลเพียงตาที่นี้คอยช่วยเหลือคุ้มครองปกป้องรักษาชาวบ้านในจังหวัดกระบี่

ซึ่งถ้าหากว่าชาวบ้านคนใดที่จะมีการออกเรือไปหาปลาและจากนั้นก็มาขอพรที่ศาลเพียงตาที่นี้เพื่อขอให้ตัวเองนั้นแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายและก็กลับมาบ้านได้โดยสวัสดิภาพสำหรับข่าวถ้ำผานางนั้นจะอยู่ตรงรอบๆชายหาดไร่เลย์ซึ่งที่ชายหาดที่นี้ถือได้ว่าสถานที่เที่ยวที่นักเดินทางที่ชอบความสงบเงียบจะมาท่องเที่ยวกันที่นี่

เนื่องมาจากน้ำทะเลจะใสและก็มีความเงียบสงบแล้วยังมีสารศักดิ์สิทธิ์ให้นักเดินทางนั้นมากราบไหว้ขอพรอีกด้วยสำหรับเรื่องราวความรักของตำนานถ้ำนางที่นี้เกิดขึ้นโดยมีตำนานเล่ากันต่อต่อกันมาว่าเมื่อหลายพันปีมาแล้วมีสามีภรรยาคู่หนึ่งสมรสอยู่กินร่วมกันมานานนับเป็นเวลาหลายปี

แต่ว่าทั้งสองนั้นก็ไม่มีลูกทั้งสองก็เลยได้ไปกระทำการวิงวอน ลูกจากทางพญานาค แล้วก็เมื่อพญานาคตกลงตัดสินใจที่จะมอบลูกให้โดยจะมอบเป็นบุตรหญิงให้และก็มีเงื่อนไขว่าเมื่อหญิงสาวคนมีชื่อเสียงกล่าวโตขึ้นมาจำเป็นจะต้องมาสมรสกับลูกของพญานาคซึ่งเป็นเพศชายซึ่งสองผัวเมียนั้นก็ตกลง

แต่ว่าแล้วเมื่อหญิงสาวคนมีชื่อเสียงดังกล่าวโตขึ้นมาเธอกลับไม่ยินยอมสมรสกับลูกของพญานาคเธอกลับไปพบรักกับคนอื่นๆและก็สมรสกับบุคคลอื่นทำให้พญานาคโมโหอย่างมากที่หญิงสาวไม่รักษาข้อตกลงก็เลยได้ขึ้นมาจากเมืองบาดาลรวมทั้งทำลายพิธีสมรส

ซึ่งสถานะการณ์ในตอนนั้นทำให้พระฤาษีตนหนึ่งที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำจำเป็นต้องออกมาพูดจาห้ามปรามแต่ว่าทั้งยังฝ่ายที่เป็นมนุษย์กับฝ่ายที่เป็นพญานาคนั้นไม่มีผู้ใดฟังคำห้ามของฤาษีเลยทำให้พระฤาษีนั้นได้ๆคาถาสาปให้ทุกคนที่อยู่ในเรื่องราวในตอนนั้นเป็นหินทั้งสิ้น

รวมทั้งสาปเรือนหอของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นถ้ำซึ่งถัดมาท่านที่ผลิตสีสาปซึ่งก็คือถ้ำพระนางนั้นเองสำหรับความศักดิ์สิทธิ์ของธนาคารนั้นมีการกล่าวขานมาจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแถวนั้นว่าเคยมีคนหาปลาได้ไปหลบฝนอยู่ในถ้ำดังที่กล่าวถึงแล้วแล้วพบเจอวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งวนเวียนอยู่ด้านในถ้ำ

ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าวิญญาณหญิงสาวคนนั้นเป็นวิญญาณของหญิงสาวที่เคยไม่ทำตามสัญญากับพญานาคนั่นเองด้วยเหตุนี้ชาวบ้านก็เลยได้พากันตั้งศาลเพียงตาขึ้นมาเพื่อเป็นที่สิงสถิตย์ของวิญญาณของหญิงสาว

 

สนับสนุนโดย  betbb

ตำนานคำสาปของฟาโรห์ ตูตานคำมูน

Posted on 5 กรกฎาคม 2020Categories ตำนานTags ,

         สำหรับใครที่เคยอ่าน นวนิยาย คงเคยอ่านเกี่ยวกับคำสาปของฟาโรห์ หรือคำสาปของชาวอียิปห์โบราณกันมาบ้าง ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของคำสาปนี้ มีความเชื่อกันอย่างมากแม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็ตาม เพราะเวลาที่นักโบราณศาสตร์ได้ไปค้นพบเกี่ยวกับสุสานโบราณของอียิปห์แล้วล่ะก็ส่วนใหญ่ก็จะมีการพูดถึงเกี่ยวกับ คำสาปของฟาโรห์ที่ประจำสุสานกันทั้งนั้น

เพราะเราต่างก็รู้กันดีว่าปกติแล้ว เวลาที่ฟาโรห์ในสมัยก่อนนั้นสร้างสุสานจะต้องมีการทำพิธีสาปแช่งเอาไว้ด้วยเพื่อป้องกันคนเข้ามานำสมบัติในสุสานออกไป เพราะปกติแล้วการสร้างสุสานของฟาโรห์ในสมัยโบราณนั้น นอกจากที่จะมีการนำร่างของฟาโรห์มาทำการสร้างเป็นมัมมี่รอการฟื้นคืนชีพแล้ว จะยังมีการนำทรัพย์สมบัติเข้ามาฝังรวมกันไว้ในสุสานด้วย

เพราะคนในสมัยโบราณมีความเชื่อที่ว่า หากมัมมี่นั้นฟื้นคืนชีพแล้วจะได้มีทรัพย์สมบัติเอาไว้ใช้ ดังนั้นทุกครั้งที่มีการขุดเจอสุสานของประเทศอียิปห์เราก็มักจะพบว่ามีสมบัติมากมายอยู่ในสุสานนั้นด้วยและนอกเหนือจากสมบัติกับมัมมี่ของฟาโรห์แล้วเราจะพบป้ายคำสาปแช่งระบุเอาไว้ด้วยเช่นกัน  มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคำสาปของฟาโรห์องค์หนึ่งที่มีชื่อว่า ฟาโรห์ ตูตานคำมูน

ซึ่งมีการค้นพบข้อมูลของพระองค์เมื่อประมาณวันที่ 4 เดือน พ.ย. ปี ค.ศ. 1922 โดยค้นที่ค้นพบข้อมูลและสุสานขององค์ฟาโรห์ ตูตานคำมูนนั้น เป็นพวกขุดหาทองชาวอังกฤษ  ซึ่งในตอนนั้นด้วยความบังเอิญพวกเขาไปขุดเจอกับสุสานของฟาโรห์ ตูตานคำมูน และเมื่อเข้าไปในสุสานได้พวกเขาก็หวังที่จะเอาทรัพย์สมบัติที่อยู่ในสุสานออกมา

แต่ว่ากันว่าไม่ว่าจะมีนักขุดทองกี่คนต่อกี่คนที่เข้าไปในสุสานเพื่อหวังเอาสิ่งของมีค่าออกมาก็ตามแต่ พวกเขาแค่เพียงเข้าไปเท่านั้น แต่ไม่เคยมีใครสามารถกลับออกมาได้เลย  ว่ากันว่ามีจำนวนนักขุดทองที่ต้องมาสังเวยชีวิตของตัวเองจากการที่อยากจะได้สมบัติของสุสานของฟาโรห์ ตูตานคำมูนกันมาแล้วมากกว่ายี่สิบคนด้วยกัน ซึ่งจากประวัติความน่ากลัวของคำสาปนี้เอง

จึงไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสุสานของ ฟาโรห์ ตูตานคำมูน กันอีก และจากการที่นักโบราณคดี ได้ไปค้นหาประวัติของฟาโรห์ ตูตานคำมูนนั้นปรากฏว่า พระองค์เป็นฟาโรห์ ที่ครองราชย์เพียงแค่อายุ 18 ปีก็ทรงสิ้นพระชนเสียแล้วแต่ไม่ได้มีการระบุว่าพระองค์สิ้นพระชนเพราะอะไร เนื่องจากประวัติของพระองค์นั้นถูกลบทิ้งจากข้อมูลของฟาโรห์หลังจากที่ฟาโรห์องค์ต่อมาขึ้นครองราชย์แทน

 

สนับสนุนโดย  rb88 สล็อต

ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในป่าลึกลับที่ปฎิเสธจากโลกภายนอก

Posted on 2 กรกฎาคม 2020Categories ตำนานTags ,

ชนเผ่าSentinelese 

เกาะเซนทิเนนลเหนือในอ่าวเบงกอลเป็นที่อยุ่อาศัยของชาวSentinelese ซึ่งได้เป็นหนึ่งในชนเผ่าคนป่าที่ได้อาศัยอยู่นอกเขตอเมริกาใต้ ชาวSentinelese เป็นคนป่าที่ได้มีการพัฒนาน้อยมากและเชื่อว่าพวกเขาอาจจะไม่รู้แม้กระทั่งวิธีการก่อไฟซึ่งพวกเขาดำรงชีวิตด้วยการกินปลาและมะพร้าว ซึ่งก็เคยมีเรือที่จะพยายามที่จะเข้าไปใกล้ให้ได้มากที่สุดบนเกาะแห่งนี้

แต่เราก็ได้พบกับบุคคลที่ได้อาศัยอยู่ในป่า พร้อมมีอาวุธครบมือที่ได้ยืนเรียงรายบุคคลอยู่ที่ริมชายหาดและพวกเขาก็ยังได้มีความพร้อมมากที่จะทำการขับไล่ใครก็ตมที่ได้เข้ามาบุกรุกในที่ดินแดนของเขาแห่งนี้และเพียงจำนวนประชากรของคนป่าที่ได้มีอยู่แค่น้อยนิดก็ยังสามารถที่จะทำให้เกิดผลที่รุนแรงได้ อย่างเช่นการตายของชาวประมงสองคนที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว

เมื่อประมาณปี2006เฮลิคอปเตอร์ที่จะเข้าไปรับร่างของชายทั้งสองก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปรับและลงจอดได้สำเร็จ เนื่องจากว่าพวกเขาที่กำลังจะเข้าไปรับชายทั้งสองนั้นก็ยังไม่สามารถทำได้เลยและยังได้ถูกคนป่ากระหน่ำโจมตีด้วยอาวุธธนูจึงต้องล้มเลิกในภารกิจนี้

ชนเผาMashco-Piro

เมื่อประมาณในปี2011ทางกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเปรูเขาได้เปิดเผยภาพวีดีโอ ที่ได้เป็นภาพของกลุ่มของคนพื้นเมืองที่ได้อาศัยอยู่บริเวณที่ริมแม่น้ำมานู ซึ่งทางด้านนักท่องเที่ยวเขาบังเอิญได้ถ่านบันทึกภาพวีดีโอนี้เอาไว้ได้

โดยที่เธอนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าวีดีโอที่เธอนั้นได้ถ่ายเอาไว้มันคือชนเผาMashco-Piro หลังจากนั้นได้ไม่นานก็ได้เดินทางเพื่อที่จะเข้าไปบริเวณสถานที่แห่งนั้นเพื่อจะทำการสำรวจบนพื้นที่แต่ก็ไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้ต้องล้มเลิกเมื่อผู้นำทางท่านหนึ่งที่เขาได้ถูกลูกศรที่อาบยาพิษเอาไว้ได้ถูกยิงเข้าที่หัวใจจึงทำให้เขาได้เสียชีวิตในทันที

นอกจากนี้ทางการรัฐบาลประเทศเปรู ก็ได้มีการออกคำสั่งให้ยกเลิกการติดต่อใดๆกับคนชนเผาMashco-Piroเพื่อป้องกัน เนื่องจากพวกเขาไม่ค่อยจะมีภูมิคุ้มกันการติดเชื้อโรคในปัจจุบัน ซึ่งแม้แต่ไข้หวัดธรรมดาก็อาจจะทำให้ประชากรในชนเผ่าตายเป็นจำนวนมากก็เป็นได้หากแม้ว่าพวกเราจะถูกกีดกันแต่ชนเผ่าทางการรัฐบาลประเทศเปรู ก็ได้มีการออกคำสั่งให้ยกเลิกการติดต่อใดๆ

กับคนชนเผาMashco-Piroเพื่อป้องกันบางคนก็ได้เริ่มที่จะมีการพัฒนาตังเองขึ้นโดยพวกเขาจะสรรหาอาวุธที่มันจะสามารถเอาไว้ปกกันตนเองได้จากการถูกบุกรุกบนพื้นที่โดยบุคคลคนจากภายนอกที่จะเข้ามาคิดทำร้ายกกับคนในชนเผ่าเหล่านี้

 

สนับสนุนโดย  next88

ถ้ำวังผาพญานาคราช

Posted on 29 มิถุนายน 2020Categories ตำนานTags ,

        สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำวังผาพญานาคราช จะอยู่ที่อำเภอโขงเจียมจังหวัดอุบลราชธานี ที่นี่จะมีหลวงปู่เพิ่มผันอนันต์โท ซึ่งตอนนี้ท่านก็อายุมากแล้วแต่หลวงปู่ก็จะคอยเป็นผู้ดูแลถ้ำแห่งนี้อยู่  แต่ถ้าหากใครเคยไปที่นี่ก็จะเห็นได้ว่าบริเวณหน้าทางเข้าจะมีพญานาคอยู่ 2 ตนอยู่ตรงบริเวณหน้าทางเข้าเป็นพญานาคมุจลินท์ ซึ่งพญานาค 2 ตัวนี้

แต่ละต้นก็จะมีทั้งหมด 7 เสียงด้วยกันทำให้คนที่มาที่นี่จะรู้ได้ทันทีเลยว่าที่นี่เป็นที่อยู่ของเหล่าพญานาค สำหรับถ้ำวังผาพญานาคราชนั้นจะมีแผ่นหินขนาดใหญ่ปิดทับเอาไว้ ซึ่งชาวบ้านบอกว่าลักษณะของถ้ำนั้นจะมีลักษณะคล้ายๆกับตัวตะพาบและด้านในถ้ำก็จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่เป็นพระประธานโดยพระพุทธรูปดังกล่าวนั้นจะถูกแกะสลักมาจากหิน

ซึ่งที่นี่มีความเชื่อกันว่าจะมีถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของพญานาคโดยถ้ำแห่งนี้จะถูกนำหินมาปกปิดเอาไว้เป็นจำนวนมากเพื่อไม่ให้คนนอกนั้นสามารถเข้าไปได้ ซึ่งข้างในถ้ำนั้นจะมีความลึกเป็นอย่างมากและภายในบริเวณถ้ำก็จะมีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลาซึ่งถ้าเรามาฤดูไหนเราก็จะยังเห็นน้ำไหลอยู่ตลอดเนื่องจากว่าจะมีตาน้ำอยู่ภายในบริเวณถ้ำนั่นเอง

ชาวบ้านมีความเชื่อกันว่าที่ถ้ำแห่งนี้นั้นจะเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นสถานที่ที่เชื่อมต่อไปยังเมืองบาดาลของพญานาคราช ที่ถ้ำวังผาพญานาคราชนี้จะอยู่ติดกับแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งแม่น้ำนี้สามารถทะลุไปถึงแม่น้ำโขงได้โดยมีความยาวแค่เพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ชาวบ้านเท่านั้นที่ชื่อว่าที่นี่จะมีพญานาคเพราะหลวงปู่เพิ่มผันท่านก็เคยนิมิตว่าที่บริเวณแห่งนี้

มีพญานาคทั้งหมด 4 ตัวเคยมาเล่นน้ำอยู่ที่นี่ด้วย และชาวบ้านมีความเชื่อกันว่าที่ลำแห่งนี้นั้นจะเป็นที่เล่นน้ำของเราพญานาคทั้งหลายทำให้ชาวบ้านต่างก็ไม่กล้าที่จะพากันมาเข้าใกล้บริเวณลำห้วยแห่งนี้ ซึ่งเรื่องราวของถ้ำวังผาพญานาคนี้ก็มีตำนานที่พูดถึงตัวพญานาคซึ่งอาศัยอยู่ภายในถ้ำและนานๆเมื่อมีน้ำหลากมาโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนั้น

ก็จะพากันออกมาเล่นน้ำเป็นที่สนุกสนานโดยมีผู้เฒ่าผู้แก่นั้นเคยบอกว่าเคยมีคนพบเห็นพญานาคมาเล่นน้ำอยู่ในบริเวณนี้ดังนั้นบริเวณที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงไม่มีใครที่จะมาหาปลาหรือมาทำอันตรายสัตว์ภายในบริเวณคลองแถวนี้เพราะต่างก็เกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ของพญานาคนั่นเองล่ะค่ะ

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า rb88

ตํานานพญาครุฑ 

Posted on 28 มิถุนายน 2020Categories ตำนานTags ,

     ตามตำนานเล่าขานกันมีเรื่องเล่ากันไว้ว่าอันที่จริงแล้วครุฑและพญานาคนั้นเป็นพี่น้องกันแต่เนื่องจากว่าเกิดเหตุทะเลาะเบาะแว้งกันจึงทำให้ทั้งครุฑและพญานาคต่างก็ไม่ถูกกันซึ่งมีการเชื่อกันว่าครุฑนั้นเป็น พญาแห่งนกทั้งมวลและที่สำคัญทุกอย่างได้เป็นพาหนะของพระนารายณ์ โดยชุดนั้นจะอาศัยอยู่ที่วิมานฉิมพลีลักษณะหน้าตาของคนนั้นจะเป็นลักษณะของครึ่งคนครึ่งนกอินทรี

โดยครุฑนั้นได้รับพรให้มีอมตะทำให้ไม่มีใครที่จะสามารถฆ่าครุฑให้ตายได้ และแม้แต่สายฟ้าของพระอินทร์ก็ไม่สามารถทำอันตรายครุฑ ได้หากจะทำนั้นก็ทำได้เพียงแค่การทำให้ขนของครุฑร่วงมาแค่เส้นเดียวเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองครุฑ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสุบรรณซึ่งหมายถึงว่าขนวิเศษนั่นเอง

ซึ่งครุฑ นั้นถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่ มีพละกำลังที่แข็งแกร่ง  ตัวใหญ่และบินอย่างว่องไว อีกทั้งยังมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมพร้อมกันนั้นก็อ่อนน้อมถ่อมตนและมีสัมมาคารวะอีกด้วย โดยครุฑ นั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ซึ่งประเภทแรกนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับคนทั่วๆไปแต่ว่าจะมีปีก  ส่วนประเภทที่ 2 นั้นจะมีลักษณะเป็นตัวเป็นคนส่วนหัวนั้นจะเป็นนก 

ส่วนประเภทที่ 3 นั้นจะเป็นตัวเป็นคนส่วนหัวและขานั้นจะเป็นนก และประเภทที่ 4 นั้นตัวจะเป็นนกหัวจะเป็นคน และประเทศสุดท้ายคือประเภทที่ 5 นั้นรูปร่างจะเหมือนนกทั้งตัว สำหรับในทางพุทธศาสนาแล้วครุฑนั้นจัดว่าเป็นเทวดาแต่เป็นเทวดาที่อยู่ต่ำสุด โดยครุฑ นั้นจะอยู่ภายใต้การปกครองของท้าววิรุฬหก

ผู้ปกครองสวรรค์ชั้น จาตุมหาราชิกาด้านทิศใต้ มีตำนานความเชื่อกันว่าในสมัยโบราณนั้นพรานป่ามักจะไม่แขวนพระเข้าป่าเพราะมีการเชื่อกันว่าพระพุทธรูปนั้นมีคุณ ทางเมตตาหรือแคล้วคลาดเพราะฉะนั้นถ้าแขวนพระเข้าป่าแล้วมักจะไม่ค่อยได้สัตว์ป่า เพราะจะทำให้แคล้วคลาดต่อการเห็นสัตว์ป่านั่นเองดังนั้นพรานจึงมักไม่คล้องพระเข้าป่า  แต่พรานจะมีการพกนำเหรียญบาทซึ่งเป็นเหรียญตราพญาครุฑเข้าไปด้วย เพราะเหรียญที่มีตราครุฑนั้นจะสามารถช่วยเหลือเวลาที่พรานเข้าไปในป่าโดยจะช่วยปกป้องสิ่งอันตรายหรือสิ่งเร้นลับที่อยู่ภายในป่าได้เป็นอย่างดีนั่นเอง 

        สำหรับเรื่องราวที่ว่าทำไมพระยาครุฑถึงมีรูปร่างหน้าตาแบบนั้นทั้งที่เป็นญาติกับพญานาคบ้านก็เพราะว่าในสมัยที่พระยาครุฑอยู่ในครรภ์ของมารดานั้นได้ถูกฟักออกมาเป็นไข่โดยมารดาของพญาครุฑนั้นได้มีการอธิษฐานขอพรเอาไว้ว่าให้ลูกของตนเองออกมานั้นมีอำนาจและมีฤทธิ์มากกว่าลูกของนางกัทรุ ซึ่งนางกัทรุนั้นขอพรเอาไว้ว่าให้ลูกของตนเองนั้นมีพันธุ์ตัวซึ่งลูกออกมาก็คือพญานาคดังนั้นเมื่อนางวินตราซึ่งเป็นพี่น้องกับนางกัทรุจึงได้ขอพรว่าให้ลูกของตนเองนั้นมีอำนาจมากกว่าลูกของนางกัทรุและเมื่อลูกของนางเกิดลูกออกมาจึงได้เป็นพญาครุฑนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ทางเข้าrb88

การทดลองเฟรดเดอริคเพื่ออยากรู้ภาษาของพระเจ้า

Posted on 27 มิถุนายน 2020Categories ตำนานTags ,

ภาษาของพระเจ้า

จักรพรรดิเฟรดเดอริคที่2 แห่งอาณาจักรโรมันผู้ครองราชในระหว่างปี1220ถึงปี1250ได้ทำการทดลองที่เลวร้ายหลากหลายอย่าง โดยได้อ้างว่ามันเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์หนึ่งในนั้นคือการทดลอง โดยนำใส่ในถังไม้ที่มีรูเล็กเพียงรูเดียวและปล่อยเหยื่อไว้ให้อยู่เพียงลำพังเพื่อจะทดสอบว่าหลังจากที่เหยื่อเสียชีวิตวิญญาณของเขาจะหลุดลอยออกผ่านรูที่เจาะไว้หรือไม่

ซึ่งในการทดลองของ เฟรดเดอริค ที่ดูเหมือนว่ามันจะยาวนานและแปลกประหลาดที่สุดน่าจะเป็นการทดลองเพื่อต้องการจะรู้ว่า “ภาษาของพระเจ้า” นั้นเป็นเช่นไร โดยการปล่อยทิ้งเด็กแรกเกิดไว้เพียงลำพังเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านั้นได้ยินหรือรับรู้ภาษาของมนุษย์ทั่วไป ซึ่งมันจะทำให้เด็กไม่ได้รับอิทธิพลของภาษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฟรดเดอริค เชื่อว่าการทดลองนี้น่าจะทำให้เด็กเหล่านั้นต้องใช้ภาษาเดียวกันกับ “อดัมและอีฟ “ ที่เชื่อว่าเป็นภาษาที่พระเจ้าได้มอบให้ติดตัวมาแต่ เมื่อไม่มีภาษาและไม่ได้มีปฏิสัมพันกับผู้คนทั่วไปเด็กเหล่านั้นจึงมีนิสัยที่ดุร้าย ป่าเถื่อน และมีช่วงเวลาชีวิตที่สั้น

สตีโมซีเวอร์

โฮเซ เดลกาโด เป็นแพทย์จากเยลเขาได้ประดิษฐ์เครื่องมือที่เรียกว่า สตีโมเวอร์  ซึ่งได้เป็นเครื่องมือที่ใช้ฝังลงไปในสมองโดยได้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะทำให้สามารถควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ได้ ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้ เมื่อถูกฝังลงในสมองแล้วมันจะกระตุ้นเซลล์ประสาท เมื่อได้รับสัญญาณจากเครื่องส่งสัญญาณภายนอก เดลกาโด ได้ทำการทอลองนี้อยู่หลายครั้งเขาได้อ้างว่าเครื่อง สตีโมเวอร์นี้ สามารถที่จะควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของมนุษย์ได้โดยเขาได้บันทึกเอาไว้ว่า “เครื่องมือจะกระตุ้นสมองในส่วนที่เรียกว่า อะมิกดาลา และ ฮิปโปแคมปัส ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการที่หลากหลาย เช่น มีอารมณ์ดี สุขุม มีความรอบคอบ

มีความรู้สึกแปลกและการมองเห็นที่เปลี่ยนเป็นสีต่างๆ” ซึ่งหนึ่งในการทดลองที่มีชื่อเสียงของ เดลกาโด ก็คือการที่เขาได้ฝังเครื่องสตีโมซีเวอร์ ลงในสมองของกระทิง โดยเขาได้ทำการล่อเพื่อให้มันวิ่งพุ่งเข้าหาจากนันเขาจึงได้กดปุ่มที่เครื่องควบคุม จากนั้นสัญญาณวิทยุจึงได้ถูกปล่อยออกมาและทำให้กระทิงตัวนั้นหยุดชงักทันที เครื่องสตีโมซีเวอร์เป็นเครื่องมือที่ทำให้เข้าใจว่าสมองแต่ละส่วนมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันไป ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หลายคนได้เชื่อกันว่าในอนาคตผลงานของเดลกาโดมันจะทำให้มีสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตได้

 

สนับสนุนโดย  รหัสคูปอง rb88

ลัทธิซาตานโหดอย่างที่เขาลือจริงหรือเปล่า?

Posted on 27 มิถุนายน 202027 มิถุนายน 2020Categories ตำนานTags ,

ถ้าเกิดว่าเราได้พูดถึงลัทธิซาตานเราก็จะเห็นภาพในสังคมปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นหนังซีรี่เรื่องเล่าหรือจะเป็นเรียงความว่าซาตานคือปีศาจที่ชั่วร้ายคือวิญญาณทางด้านมืดและภาพรักต่างๆที่ได้พูดถึงลัทธิซาตานคือจะต้องมีพิธีกรรมต่างๆนานามากมายการบูชายันต์หรือแม้กระทั่งทรมานคนอื่นหรือตัวเองในรูปแบบต่างๆและอ้างว่ามันคือการกระทำที่ได้รับคำสั่งมาจากเทพซาตาน

ซึ่งคำว่าลัทธิซาตานจริงๆมันได้เป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า สำหรับข้อมูลที่เราได้ไปหามาเรากล้าพูดตรงนี้เลยว่า ลัทธิซาตานแบบดั่งเดิมไม่ได้มีความเชื่อในการบูชายันต์หรือการทำร้ายร่างกายตัวเองเลย แต่เราต้องขอบอกก่อนเลยว่าลัทธิซาตานมันจะแบ่งออกเป็นสองแบบคือ ลัทธิซาตานแบบเชื่อว่ามีเทพเจ้าอยู่กับลัทธิซาตานแบบที่ไม่เชื่อว่ามีเทพเจ้าอยู่

โดยอย่างแรกเลยเราขอพูดถึงลัทธิซาตานแบบดั่งเดิมก่อนเลยก็คือลัทธิซาตานแบบที่ไม่มีเรื่องความเชื่อเรื่องพระเจ้าเลย แต่จะเชื่อไปทางกฎของธรรมชาติและได้เชื่อไปในทาง ปัจเจกนิยม มากกว่า โดดยข้อมูลที่เขาได้บันทึกเอาไว้เขาได้บอกว่าลัทธิซาตานแบบดั่งเดิมถูกก่อตั้งขึ้นโดยที่ไม่ได้ปกปิดหรือเป็นการแอบตั้งกลุ่มแต่อย่างใดเลยถูกก่อตั้งขึ้น

มาอย่างเป็นทางการโดยนักปรัชญาคนหนึ่ง ซึ่งนักปรัชญาคนนี้เขาก็ได้สร้างหลักธรรมคำสอนขึ้นมาที่มีชื่อว่าSatanic Bible โดยถูกสร้างขึ้นมาตามหลักปรัชญาและความเชื่อของตัวเขาเองในปี2512หรือหลังจากที่ตั้งลัทธิมาได้แค่สามปีเท่านั้นเอง โดยแนวความเชื่อและแนวปรัชญาหลักๆในซาตานไบเบิลจะมีอยู่สี่ข้อหลักๆเลยคือหนึ่งปรัชญาปัจเจกนิยมสองสุขนิยมสามอัตตานิยมและสี่ยึดตัวเองเป็ฯศูนย์กลางคือถ้าจะให้สรุปและให้พูดแบบให้เข้าใจกันง่ายๆมันก็จะเป็นอารมณ์คล้ายๆ

ว่าการที่เราได้อยู่ในลัทธิซาตานนับถือซาตานแบบดั่งเดิมเขาก็ได้มีปัดจัยหลักๆว่าการที่อยู่ในลัทธินี้จะไม่มีการแบ่งชนชั้นใดๆเลยทุกคนคือคนที่มีความเท่าเทียมและมีความเสมอภาคกันทั้งนั้นและการกระทำทุกการกระทำไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ดีหรือการกระทำที่เลวขอให้เป็นการกระทำที่เราได้ทำมันออกมาแล้วเรามีความสุจนั่นคือคำสอนของSatanic Bible

แต่ตรงนี้มันก็ยังได้มีข้อจำกัดความอยู่นิดนึงตรงที่ว่าในการที่เราจะทำเรื่องดีหรือเรื่องเลวจะต้องไม่มีการฆ่าชีวิตใดชีวิตหนึ่งมาเพื่อมาทำพิธีกรรมใดพิธีกรรมหนึ่งเพียงเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ข้อมูลที่เราได้ไปหามาเขายืนยันว่าไม่ได้มีอยู่ในซาตนSatanic Bibleเลย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020

ตำนานมนุษย์นางฟ้าตัวจิ๋ว

Posted on 20 มิถุนายน 202020 มิถุนายน 2020Categories ตำนานTags ,

สำหรับPixyก็จะมีรูปร่างที่คล้ายกับ แฟรี่ กับ ฟารี่ แต่มันก็จะแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยก็คือ พิกซี่ จะเป็นภูตตัวจิ๋วที่มีลักษณะขี้เล่นแล้วก็ขี้แกล้งมากกว่า แฟรี่ กัา ฟาซี่ และก็จะมีพลังที่แตกต่างกันออกไปอีกหนึ่งอย่างก็คือถ้าเกิดว่าใครที่ทำให้พิกซี่โกรธหรือทำให้พิกซี่ไม่พอใจ พิกซี่ก็จะเสกให้คนๆนั้นพบเจอแต่เรื่องซวยๆเจอแต่เรื่องแย่ๆว่ากันว่าเคยมีคนไปไปพบเจอกับ พิกซี่

และได้เข้าไปก่อกสนจึงทำให้พิกซี่นั้นไม่พอใจพิกซี่ก็เลยสาปมนต์ตรงนี้เข้าไปและคนๆนั้นก็ดวงซวยจัดในขณะที่เดินทางกลับเขาก็ได้พัดตกเขาและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตำนานภูตจิ๋วหรือว่าตำนานภูตป่าที่เราได้พูดถึงมาตรงนี้ในประเทศไทยเราก็ได้มีตำนานเหล่านั้นอยู่เหมือนกัน

โดยตำนานประเทศไทยเราจะเรียกตำนานภูตป่าหรือภูตจิ๋วว่ามักกะลีผลนั่นเอง ซึ่งจากข้อมูลที่เราได้ไปหามาและสรุปได้เรื่องรูปลักษณ์ลักษณะต่างๆหรือความเป็นมากมันอาจจะไม่ได้เหมือนเหล่าภูตป่าหรือแฟรี่พพิกซี่แต่มักกะลีผลก็ได้ถูกมองว่าเป็นวิญญาณเป็นภูตที่ได้อาศัยอยู่ในป่าเหมือนกับพิกซี่กับแฟรี่นั่นเอง

และ จากข้อมูลที่เราได้ไปหามาตรงนี้เขาก็ยังได้บอกอีกว่าคนในยุโรปส่วนใหญ่ได้เชื่อกันว่าตำนานแฟรี่นี้มันได้มีอยู่จริง ซึ่งในตามความเชื่อของพวกเขา เขาได้บอกว่าตามป่าตามเขาที่พวกเขาได้ไปอาศัยอยู่หรือไปเที่ยวกันจะมีนางฟ้าอาศัยอยู่เพื่อรักษาผืนป่าเหล่านั้นเพียงแต่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะมองเห็นพวกเธอได้

แต่ใช่ว่าจะไม่มีใครสามารถที่จะมองเห็นได้เลยจะมีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ภูตเหล่านั้นจะออกมาให้เห็นโดยภูตป่าหรือแฟรี่เขาได้มองว่าคนๆนั้นเป็นคนที่ดีและเป็นคนที่มีจิตใจสะอาดเขาก็เลยปรากฎตัวออกมาให้เห็นเพื่อที่จะได้มาเล่นสนุกและให้พรคนๆนั้นนั่นเอง ซึ่งตรงนี้มันได้เป็นความเชื่อที่คนยุโรปส่วนใหญ่เขาได้มีความเชื่อกัน

และเราเองก็เชื่อว่าหลยๆคนก็อาจจะตั้งคำถามเหมือนนกับที่เราได้ตั้งคำถามเอาไว้ในตอนแรกก็คือแล้วทำไมคนในปัจจุบันถึงไม่มีการเห็นภูตป่าหรือแฟรี่เลยทั้งๆที่เคยมีคนเข้าไปบุกป่าทั้งๆที่มีคนไปเที่ยวแต่ในปัจจุบันได้มีการเห็นน้อยมากหรือแทบไม่มีการเห็นเลยถ้าเอาในตามความเชื่อและตามข้อมูลที่เราไปหาข้อมูลมาได้ส่วนใหญ่แล้วเขาเชื่อกันว่าภูตป่าเหล่านี้จะมีคล้ายๆกับอีกหนึ่งมิติที่เขาได้อาศัยอยู่

 

 

สนับสนุนโดย  letou